“คมนาคม”ชงครม.สัญจร เคาะ3โปรเจคพัฒนาอีสาน

“คมนาคม”ชงครม.สัญจร เคาะ3โปรเจคพัฒนาอีสาน
ข่าว
ได้แก่ 1.ขออนุมัติร่างสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมาฉบับที่ 2.1 งานจ้างออกแบบรายละเอียดโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธาวงเงิน1,706ล้านบาท, 2.รายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) บางปะอิน-นครราชสีมา และของบประมาณจัดกรรมสิทธิ์เพิ่ม 500 ล้านบาท 3.ขออนุมัติแผนฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือระยะเร่งด่วน แต่ตอนนี้ยังสรุปวงเงินสุดท้ายก่อนเสนอให้ ครม. พิจารณา
นายอาคม กล่าวต่อว่า คณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ได้จัดประชุมร่วมครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 15-17 ส.ค. 2560 เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสที่ 1 เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 252.5 กิโลเมตร วงเงิน 179,413 ล้านบาท
โดยที่ประชุมคณะกรรมการร่วมฯ จะสรุปร่างสัญญาโครงการฉบับที่ 2.1 ก่อนเสนอให้ ครม. สัญจรเห็นชอบในสัปดาห์หน้า และจะพยายามสรุปวงเงินของร่างสัญญาฉบับที่ 2.2 งานจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธา ให้ได้ในการประชุมครั้งนี้ด้วย
นอกจากนี้ นายอาคมและผู้บริหารกระทรวงคมนาคมได้ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 13-14 ส.ค. ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมการประชุม ครม. สัญจร และตรวจความพร้อมก่อนเริ่มก่อสร้างรถไฟไทย-จีน
เบื้องต้นพบว่าต้องมีการปรับรัศมีความโค้งของทางรถไฟช่วงสถานีกลางดง-ปางอโศก ซึ่งเป็นเส้นทางก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วง 3.5 กิโลเมตรแรก เนื่องจากรถไฟเส้นทางนี้เป็นรางเดี่ยวและรัศมีความโค้งแคบ จึงต้องปรับความโค้งให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ในอนาคต แต่การปรับโค้งคงไม่มีปัญหาใดๆ เพราะอยู่ในพื้นที่การรถไฟฯ และมีการปักหมุดเส้นทางไว้แล้ว ขณะเดียวกันก็ได้เขียนแบบก่อสร้างไว้แล้วด้วย
นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. วานนี้(15ส.ค.)มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินสำหรับงานเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม โครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง (Chord Line) จำนวน 3 แห่ง มูลค่า 243.63 ล้านบาท จากเดิมที่ ครม. เคยเห็นชอบไว้ 128.82 ล้านบาท รวมแล้วเป็นวงเงินทั้งสิ้น 372.45 ล้านบาท แต่วงเงินดังกล่าวยังอยู่ภายในกรอบวงเงินรวมของโครงการที่ ครม. เห็นชอบไว้
สำหรับค่าเวนคืนที่ดินและรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่มขึ้นนั้น เนื่องจากวงเงินค่าเวนคืนและรื้อย้ายซึ่ง ครม. เห็นชอบเมื่อปี 2555 คำนวณโดยใช้ฐานจากราคาประเมินปี 2551-2554 แต่ต่อมาคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นได้วางหลักเกณฑ์การกำหนดราคาค่าทดแทนโดยนำราคาประเมิณ 2559-2562 มาพิจารณาและปรับเพิ่มค่าทดแทนตามสภาพทำเลเพื่อให้สะท้อนมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่แท้จริง ซึ่งทำให้ผู้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการฯ ได้รับค่าทดแทนที่เป็นธรรม สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ 2530