อธิบดีกรมการขนส่งทางบก สนิท พรหมวงษ์ บอกว่า การปฏิรูปเส้นทาง จะแบ่งตามเขตการเดินรถ เขตการเดินรถที่ 1-2 ใช้สีเขียว ตัวรถสีเขียว มีอักษร G กำกับ เขตการเดินรถที่ 3-4 ใช้สีแดง ตัวอักษร R กำกับ เขตการเดินรถที่ 5-6 ใช้สีเหลืองและอักษรตัว Y ส่วนเขตการเดินรถที่ 7-8 ใช้สีน้ำเงิน และอักษร B กำกับ หากเส้นทางใดมีตัวอักษร E ต่อท้าย รถคันนั้นจะวิ่งให้บริการโดยใช้ทางด่วน เพื่อให้ประชาชนได้จดจำทั้งตัวเลข และสีประจำรถควบคู่กัน ลดความสับสนในการใช้บริการ ซึ่งจะใช้เวลาทดลองวิ่ง 1 เดือน คิดค่าโดยสารในอัตราเดิม
หลังจากนั้นจะนำความคิดเห็นของประชาชนมารวบรวมและสรุปเป็นแนวทางการปฏิรูปเส้นทางต่อไป ซึ่งอาจยังต้องปรับเปลี่ยนเส้นทาง การระบุหมายเลขและสีของตัวรถ เพื่อความเหมาะสม ยกระดับการให้บริการ และเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ต่อไป
นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบก และขสมก. ยังต้องมีการศึกษาโครงสร้างต้นทุนการให้บริการ ยืนยันว่า ในระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 2 ปีนี้ จะยังไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์แต่อย่างใด
ขณะที่ประชาชนที่ขึ้นมาใช้บริการวันแรก ส่วนใหญ่ยังคงสับสนเส้นทางการให้บริการ แม้ว่าจะมีป้ายบอกเส้นทางบนรถ แต่เชื่อว่าในระยะยาวจะมีความคุ้นเคยกับเส้นทางเดินรถมากขึ้น
ด้านรองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ ขสมก.ประยูร ช่วยแก้ว บอกถึงกรณีที่มีเสียงวิพากย์วิจารณ์กันในกระแสโซเชียลถึงการปฏิรูประบบรถเมล์ด้วยการติดป้ายแยกโซนสีตามเส้นทางการวิ่งรถ แต่ยังใช้รถเมล์คันเดิมซึ่งมีสภาพเก่า ว่า ขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงของการทดลองเดินรถเพื่อปฏิรูปรถเมล์ทั้งระบบ ซึ่งในอนาคต ขสมก.จะต้องมีการนำรถใหม่เข้ามาให้บริการแน่นอน โดยจะเป็นรถที่มีมาตรฐานสูง สร้างคุณภาพด้านการให้บริการให้กับผู้โดยสารได้ชัดเจนขึ้น และตรวจสอบได้มากขึ้นอย่างไรก็ตามช่วงการเปลี่ยนผ่านมีระยะเวลาในการเตรียมการถึง 2 ปี เพราะฉะนั้นในช่วงแรกจึงเป็นช่วงของการสร้างความจดจำ สร้างความคุ้นเคยให้กับพี่น้องประชาชนก่อนส่วนการจัดหารถเมล์ใหม่ตามแผนอีก 1,665 คัน นายประยูร คาดว่าจะใช้ระยะเวลาทั้งหมด 2 ปี ซึ่งจะพอดีกับการปฏิรูประบบเมล์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ขณะที่การจัดหารถเมล์ 489 คัน ที่ก่อนหน้ามีปัญหาในเรื่องของการสำแดงเอกสารการนำเข้าของบริษัทซาร่านั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนประกวดราคา
ล่าสุดมีปิดขายซองประกวดราคาไปเมื่อวันที่ 11 ส.ค.มีเอกชนมาขอรับซองทั้งหมด 3 ราย ทั้งนี้ยอมรับว่าการจัดการถเมล์ทั้ง 489 คันยังมีความกังวลในส่วนของราคาที่ต่ำมากทำให้ไม่มั่นใจว่าจะมีเอกชนมายื่นเสนอราคาหรือไม่ โดยรอดูอีกครั้งในวันที่ 24 ส.ค.นี้ที่จะมีการเปิดรับซอง แต่หากมีผู้เสนอราคาที่ 3,387 ล้านบาท ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศในการประหยัดงบประมาณ ทั้งนี้ ขสมก.ยังมั่นใจว่า การดำเนินการจัดหารถเมล์จะยังคงเป็นไปตามแผนและกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้