ราคาลำไยดิ่งเหวเป็นประวัติการณ์ลำไยรูดร่วงขนาดใหญ่สุด ขนาด AA. ปีนี้เหลือเพียง กิโลกรัมละ 12-15 บาท จากที่เคยขายได้ถึง 25-40 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรในภาคเหนือเดือดร้อนหนัก บางรายถึงขั้นต้องปล่อยให้เน่าคาต้นขณะที่จากข้อมูลของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ปีนี้ต้นตอปัญหากลับไม่ได้เกิดจากลำไยล้นตลาด ด้วยปริมาณลำไยทั้งจังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่ประมาณ 3 แสนตันเมื่อเทียบกับฤดูกาลปี 2557 มีผลผลิตมากถึง 5 แสนตันแต่ก็ยังพยุงราคาได้ เชื่อว่าส่วนหนึ่งเกิดจากล้งขนาดใหญ่ฮั้วกันกำหนดราคาตลาดก่อนเข้าฤดูบริโภคลำไยของจีนเพื่อที่จะได้กำไรมากๆ
บรรดาเกษตรกรตั้งข้อสังเกตว่าล้งขนาดใหญ่ล้วนตั้งราคารับซื้อต่ำตั้งแต่เริ่มฤดูกาล อ้างว่าปีนี้เศรษฐกิจจีนไม่ดี ผู้ส่งออกปรับลดความต้องการสินค้า และยังไม่ถึงฤดูบริโภคลำไยของจีนช่วงวันไหว้พระจันทร์ ทำให้ต้องรับซื้อในราคาถูกตามกลไกของตลาดและยังพบว่าบางล้งไม่มีการแขวนป้ายราคารับซื้อจนถึงช่วงเย็น อ้างว่าราคายังไม่เปิด ปล่อยให้เกษตรกรหลายรายที่ขนลำไยเต็มคันรถมารอทั้งวัน ต้องตัดใจขายแบบไม่เห็นกำไรล่าสุดภาครัฐเพิ่งมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร ด้วยการเตรียมคาราวานกระจายผลสดออกนอกจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตไปทั่วประเทศ จำนวนกว่า 100 ตัน สนับสนุนให้เกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการรูดร่วงส่งขายโรงงานอบแห้งกิโลกรัมละ 12 บาท หันมาขายสดช่อ ที่มีการกำหนดราคาตลาดที่กิโลกรัมละ 20 บาท และแม้ว่ามีข่าวดีจากประเทศจีนและอินโดนิเซียที่เริ่มเปิดรับออเดอร์ลำไยอบเข้ามาบ้างแล้ว แต่กลับไม่มีใครตอบเกษตรกรได้ว่า กลไกราคากลางในท้องตลาดจะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมได้หรือไม่.......