หลังมีข่าวออกมา ทั้งนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังไม่แสดงท่าทีใดๆ แต่ พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกรัฐบาล ยืนยันว่า ในการพบปะหารือระหว่างนายกฯประยุทธ์ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไม่มีการหารือในเรื่องนี้ตามที่เป็นข่าว
กิจการของเกาหลีเหนือในไทยที่ถูกจับตา ไม่ใช่กิจการของเอกชนทั่วไป แต่เป็น "บริษัทที่ทำการแทนเกาหลีเหนือ" เรียกว่า front company ซึ่งมีเปิดอยู่ในประเทศต่างๆ รวมทั้งไทยด้วย สำหรับประเทศไทยนั้น เท่าที่ทางการเคยตรวจสอบมีประมาณ 10 แห่ง และส่วนใหญ่ไม่ได้จ้างคนไทยทำงาน
สำหรับภาพรวมของบริษัทจดทะเบียนสัญชาติเกาหลีเหนือในประเทศไทย ล่าความจริงสอบถามไปยัง คุณบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้คำตอบว่า ขณะนี้ทางกรมฯยังไม่ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลหรือกระทรวงการต่างประเทศให้ตรวจสอบว่ามีบริษัทสัญชาติเกาหลีเหนือที่จดทะเบียนทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทยจำนวนเท่าไหร่ และหากรัฐบาลสั่งการให้ตรวจสอบว่ามีบริษัทใดบ้างที่มีบุคคลสัญชาติเกาหลีเหนือถือหุ้นอยู่ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากจากปัจจุบันมีบริษัทที่จดทะเบียนกับกรมฯเกือบ 7 แสนบริษัท
ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า จากการตรวจสอบบริษัทต่าวด้าวที่ขออนุญาตทำธุรกิจในประเทศไทยภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ ข้อมูลเบื้องต้นไม่พบว่ามีนักลงทุนหรือบุคคลสัญชาติเกาหลีเหนือจดทะเบียนทำธุรกิจในประเทศไทยเลย และ ณ ปัจจุบันก็ยังไม่มีนักลงทุนสัญชาติเกาหลีเหนือแจ้งความประสงค์ที่จะมาลงทุนในประเทศไทยแต่อย่างใด
ขณะที่ข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงระบุว่า บริษัทสัญชาติเกาหลีเหนือ หรือเกี่ยวพันกับคนเกาหลีเหนือในประเทศไทย ส่วนใหญ่ทำกิจการเกี่ยวกับการส่งออกและนำเข้า รวมทั้งธุรกิจโรงแรม
สำหรับกิจการของเกาหลีเหนือซึ่งเป็นที่รู้จักของคนไทย คือ กิจการร้านอาหาร ซึ่งเป็นอาหารเกาหลีเหนือแท้ๆ ปัจจุบันมีเปิดอยู่ที่ย่านสุขุมวิท ได้รับการยอมรับจากนักชิมในเรื่องรสชาติและราคาที่ยอมรับได้ ขณะที่ช่วงกลางคืนจะมีการแสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเปียงยางด้วย
อาจารย์วันวิชิต บุญโปร่ง นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งศึกษาเรื่องเกาหลีเหนือ บอกกับล่าความจริงว่า ร้านอาหารลักษณะนี้มีหลายแห่งทั่วโลก ที่มาเลเซียก็มี แต่เพิ่งปิดไปหลังจากมีเหตุการณ์สังหารพี่ชายต่างมารดาของ นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อาจารย์วันวิชิต ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า กิจการของเกาหลีเหนือในไทย มักถูกมองว่าเปิดบังหน้า เพื่อหาข่าวและสอดส่องความเคลื่อนไหวต่างๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะคนเกาหลีเหนือที่ลักลอบหลบหนีความลำบากและการปกครองแบบเผด็จการเต็มรูปแบบในประเทศของตนเอง เพื่อไปยังประเทศที่สาม / อาจารย์วันวิชิต มองว่าท่าทีของสหรัฐที่ขอให้ไทยช่วยในเรื่องนี้ เป็นความพยายามปิดช่องทางการเคลื่อนไหวของรัฐบาลเกาหลีเหนือ โดยผ่านกิจการที่รัฐบาลของตนเปิดไว้บังหน้า ขณะเดียวกันก็จะโจมตีเกาหลีเหนือในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ข้อมูลของอาจารย์วันวิชิต สอดคล้องกับข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงที่ระบุว่า ไทยเป็นปลายทาง และจุดพักของคนเกาหลีเหนือที่หลบหนีออกนอกประเทศ โดยมี "ขบวนการนำพา" ทั้งชาวจีนและเกาหลีใต้ช่วยเหลือในการเดินทาง / โดยคนเหล่านี้จะหนีออกจากเกาหลีเหนือ เข้าไปในจีน และล่องมายังลาวกับไทยทางแม่น้ำโขง มีจุดพักที่ไทย ก่อนเดินทางไปประเทศที่สาม หรือกลับเข้าไปที่เกาหลีใต้ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า โดยขบวนการนำพาใช้รูปแบบมิชชันนารีและองค์กรทางศาสนาบังหน้า
ท่ามกลางสถานการณ์ร้อนๆ ระดับโลก ล่าความจริงส่งทีมข่าวไปสังเกตการณ์บริเวณหน้าสถานทูตเกาหลีเหนือประจำประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ย่านพัฒนาการ ปรากฏว่าบรรยากาศโดยรวมเงียบเหงา ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ