โสมแดง กร้าว!! มีแผนถล่มเกาะกวม
09 ส.ค. 2560 | Ekkapon

เกาหลีเหนือกร้าว เผยแผนโจมตีเกาะกวมด้วยขีปนาวุธ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า เกาหลีเหนือจะเจอกับไฟนรกและเพลิงแค้นที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน ต่อการกระทำใดๆ ที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ
ข่าว
09 ส.ค. 2560 | Ekkapon

เกาหลีเหนือกร้าว เผยแผนโจมตีเกาะกวมด้วยขีปนาวุธ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า เกาหลีเหนือจะเจอกับไฟนรกและเพลิงแค้นที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน ต่อการกระทำใดๆ ที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ
สำนักข่าวกลางของเกาหลีเหนือ หรือ KCNA รายงานว่า เกาหลีเหนือกำลัง"ตรวจสอบ อย่างรอบคอบ" ต่อแผนการโจมตีเกาะกวม ดินแดนในแปซิฟิกของสหรัฐฯด้วยขีนาวุธ
ซึ่งเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเตือนเกาหลีเหนือว่า การกระทำใดๆ อันเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ จะต้องเจอกับไฟนรกและเพลิงแค้นในแบบที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ รายงานอ้างผลการประเมินของสำนักข่าวกรองทหารว่า เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการย่อขนาดหัวรบนิวเคลียร์ จนสามารถติดตั้งบนขีปนาวุธ ที่รวมทั้งขีปนาวุธข้ามทวีป หรือ ICBM หลังผลการคำนวนเมื่อเดือนที่แล้ว ระบุว่า เกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ 60 ลูก ไว้ในครอบครอง ซึ่งยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับสหรัฐฯที่มีอยู่มากกว่า 6,800 ลูก และรัสเซีย 7,000 ลูก แต่ด้วยท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ได้สร้างความวิตกถึงภัยคุกคามจากกองทัพเกาหลีเหนือ ที่มีความก้าวหน้ารวดเร็วกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะความพยายามพัฒนาศักยภาพของขีปนาวุธให้สามารถโจมตีได้ไกลถึงบนแผ่นดินของสหรัฐฯ
KCNA รายงานอ้างถ้อยแถลงของโฆษกของกองทัพประชาชนเกาหลีว่า แผนการโจมตีจะเป็นแบบหลายด้านหลายแนวและต่อเนื่องได้ทุกเวลา ตามการตัดสินใจของนายคิม จองอึน และเกาหลีเหนืออาจชิงลงมือโจมตีก่อน ถ้าสหรัฐฯแสดงสัญญาณของการยั่วยุ
เกาะกวมอยู่ห่างจากเกาหลีเหนือประมาณ 3,400 ก.ม. เป็นทั้งที่ตั้งฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศแอนเดอร์สัน ทั้งยังเป็นฐานของเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์อีกด้วย ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือได้ขู่ว่า พร้อมที่จะให้บทเรียนที่เจ็บแสบแก่สหรัฐฯ ด้วยกองทัพยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ ถ้าเข้าไปทดสอบแสนยานุภาพทางทหารบนคาบสมุทรเกาหลีอีก
เกาหลีเหนือเพิ่งเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากสหประชาชาติล่าสุด โดยที่จีนและรัสเซียถูกมองว่า ไม่ค่อยเต็มใจลงนามสนับสนุนร่างมติแก้ปัญหาที่ร่างโดยสหรัฐฯซึ่งผลของมาตรการลงโทษจะทำให้เกาหลีเหนือสูญรายได้จากการส่งออกถึง 1 ใน 3 และเชื่อว่า จะตัดหนทางได้เงินสกุลหลักที่จำเป็นต่อการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์