อย่างชายชราวัย 64 ปีผู้นี้ พื้นเพเดิมเป็นชาวจังหวัดสุรินทร์ แต่กลับต้องมานั่งขอทานโดยยึดทำเลด้านหน้าวัดหัวลำโพง ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากนิยมมาทำบุญ ทั้งบริจาคโลงศพ และถวายสังฆทาน
คุณลุงบอกว่าไม่รู้จะหาหนทางใดในการเลี้ยงชีพ เพราะตัวเองก็แก่มากแล้ว แถมพิการอีกด้วย ถ้าเลือกได้ก็คงไม่มานั่งขอทานใคร
แม้กฎหมายควบคุมการขอทานฉบับใหม่ กำหนดให้เจ้าพนักงานออกตรวจสอบคนขอทานกลุ่มนี้ หากพบก็ให้นำตัวส่งสถานคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต อีกทั้งถ้าเป็นผู้สุงอายุหรือทุพพลภาพเหมือนคุณลุงรายนี้ ก็ให้มีมาตรการช่วยเหลือตามกฎหมายเฉพาะ แต่ว่าตลอดมาคุณลุงก็ยังคงนั่งขอทานอยู่ที่เดิม ไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดเข้าไปช่วยเหลือดูแล
ขณะที่ "คนขอทาน" อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมเรียกว่า "วณิพก" หมายถึงคนที่แสดงความสามารถรูปแบบต่างๆ เพื่อแลกเงิน เช่น ร้องเพลง หรือเล่นดนตรี แต่ตามกฎหมายใหม่ไม่ถือว่าเป็น "ขอทาน" แล้ว ปรากฏว่าหลังกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ เรามักพบเห็นคนกลุ่มนี้มากขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ที่เป็นแหล่งรวมผู้คน สาเหตุประการหนึ่งเป็นเพราะกฎหมายไม่ได้เอาผิดกับบรรดาวณิพกทั้งหลาย เพียงแต่บังคับให้ไปขึ้นทะเบียนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น และต้องเปิดแสดงความสามารถในพื้นที่ที่ทางองค์กรปกครองท้องถิ่นประกาศไว้เท่านั้น
เหตุนี้เองจึงทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยเลือกวิธีแสดงความสามารถแลกเงิน บางคนก็มีความสามารถจริง แต่บางคนก็ทำเสมือนมีความสามารถอย่างเด็กหนุ่มวัยเพียง 21 ปีคนนี้ หลายคนคงเคยพบเห็นเขาร้องเพลงเปิดหมวกที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อ เขาเล่าว่านอกจากจะเป็นกำพร้าแล้ว แขนของเขายังพิการตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ทำให้ไม่มีใครรับเข้าทำงาน จึงต้องยึดทำเลสถานีขนส่งมวลชนที่มีคนพลุกพล่าน เพื่อร้องเพลงหาเลี้ยงชีพทั้งตัวเองและครอบครัว
เช่นเดียวกับน้องลูกน้ำ ผู้พิการทางสายตา ที่มีรายได้หลักจากการร้องเพลงข้างถนนย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เธอเลือกเดินบนเส้นทางสายวณิพกเพราะไม่มีทางออกอื่นที่ดีกว่านี้ ทั้งลูกน้ำและหนุ่มนักร้องเปิดหมวกบอกตรงกันว่า ทราบข่าวจากทางราชการที่ให้ไปขึ้นทะเบียนเป็นผู้แสดงความสามารถ แต่อยากให้ภาครัฐช่วยผ่อนผันเรื่องสถานที่ทำการแสดง รวมทั้งรับรองว่าหากขึ้นทะเบียนแล้ว เอกสารหลักฐานที่ได้มาจะใช้ได้จริงๆ ไม่ใช่ถูกเอาผิดหรือรีดไถจากเจ้าหน้าที่ฉ้อฉลบางคน
การจัดระเบียบวณิพกที่ยังไม่ปรากฏผลชัดเจนนัก ทำให้เด็กชายวัย 15 ปีรายนี้ หอบกีตาร์คู่กายมาแสดงความสามารถด้านดนตรีบนสะพานลอยอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แม้จะยังเป็นเยาวชน และทราบดีว่าวันหนึ่งอาจถูกเจ้าหน้าที่สั่งห้ามแสดง แต่เขาก็อยากจะหารายได้ช่วยเหลือทางบ้าน เพราะมีความสามารถด้านดนตรีที่ร่ำเรียนมา
ในมุมของประชาชนผู้ใจบุญซึ่งเต็มใจช่วยเหลือทั้งขอทานแบบเดิมๆ และกลุ่มวณิพกร้องเพลงแลกเงิน มองว่าการจัดระเบียบขอทานอาจไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้สังคมมากนัก เพราะคนที่ทำอาชีพนี้ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ใคร บางคนก็แสดงความสามารถของตัวเองได้ดีจนคนที่เดินผ่านไปมาควักกระเป๋าจ่ายเงินให้
ส่วนท่าทีของตำรวจที่ต้องรับผิดชอบเรื่องความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ก็ยอมรับว่ากลุ่มที่แสดงความสามารถแลกเงิน เป็นกลุ่มที่ตำรวจผ่อนผันให้ทำได้บ้าง โดยเฉพาะเยาวชนที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยไม่รบกวนใคร แต่หากพบว่าคนเหล่านั้นถูกบังคับจากผู้ปกครอง หรือมีขบวนการแสวงหาประโยชน์อยู่เบื้องหลัง ก็จะเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ทันที
การจัดระเบียบขอทานตามกฎหมายใหม่ แม้จะเป็นเจตนารมณ์ที่ดีของภาครัฐในการแก้ไขปัญหา และทำให้จำนวนขอทานแบบเดิมๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ผลอีกด้านหนึ่งก็อาจทำให้กลุ่มวณิพก หรือผู้แสดงความสามารถแลกเงินมีเพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีความสามารถจริง จนต้องจัดระเบียบยกเครื่องกันอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีขบวนการค้ามนุษย์อยู่เบื้องหลังคอยหาประโยชน์