คดีนี้ถือว่าน่าสนใจและมีความสำคัญมาก เพราะผู้ตาย ตายระหว่างถูกควบคุมตัว ในห้องควบคุมของดีเอสไอ แต่กลับไม่มีกล้องวงจรปิดยืนยันสาเหตุการตาย ทำให้การตายครั้งนี้กลายเป็นปริศนาคาใจ โดยเฉพาะในความรู้สึกของคนในครอบครัว
หลังศาลมีคำสั่งในสำนวนไต่สวนชันสูตรพลิกศพแล้ว ปรากฏว่าผ่านมา 2 วัน เสาร์-อาทิตย์ จนถึงวันนี้ เปิดทำงานวันแรก คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ โดยตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง บอกว่า กำลังรอสำนวนจากอัยการ เพราะตามขั้นตอน ศาลจะคืนสำนวนให้อัยการ และอัยการจะเป็นผู้ส่งสำนวนกลับมายังตำรวจ
ขณะเดียวกันก็ยังรอให้ญาติของผู้เสียชีวิตเข้ามาร้องทุกข์ว่า ยังติดใจในประเด็นการเสียชีวิตจุดใดบ้าง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากทางญาติในขณะที่ตำรวจรอญาติประสาน "ล่าความจริง" ได้สอบถามไปยัง คุณชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายของคุณธวัชชัย กลับได้รับคำตอบไปอีกทาง โดยบอกว่า กำลังรอทางตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ติดต่อกลับมา หากได้รับการประสานก็จะเข้าไปพบเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับคดีต่อไป ยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด
ส่วนเอกสารคำแถลงของดีเอสไอที่อ้างว่าจะให้ความร่วมมือกับตำรวจ สน.ทุ่งสองห้องอย่างเต็มที่นั้น คงต้องขึ้นกับดีเอสไอว่าจะมีความจริงใจมากแค่ไหน เพราะมีคนเสียชีวิตในบ้านของตัวเอง และถ้าดีเอสไอจะดึงเวลาไว้ ก็ขอให้อ่านคำสั่งศาลในคดีไต่สวนการตายให้ดีเสียก่อน สำหรับศพของพี่ชายซึ่งยังอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ คุณชัยณรงค์ บอกว่า จะยังไม่รับศพกลับมาจนกว่าจะได้ตัวคนร้ายที่ทำให้พี่ชายเสียชีวิต
มีความเคลื่อนไหวอีกด้านที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตำรวจ แถลงเอาไว้น่าสนใจ โดยบอกว่า คดีนี้ศาลออกมาชี้ว่า คุณธวัชชัยเสียชีวิตจากบุคคลอื่นทำให้ตาย ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย ถือเป็นการสืบสวนตามกฎหมายชันสูตรพลิกศพ ไม่เกี่ยวกับสำนวนคดีอาญา เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ ตายระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่ พนักงานสอบสวนต้องร่วมกับพนักงานอัยการ และหน่วยงานอื่นๆ ในการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ
แต่การดำเนินคดีอาญาหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะต้องเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต และต้องไปดูว่าใครทำให้ตาย ตายอย่างไร เจตนาทำให้ตายหรือประมาททำให้ตาย ซึ่งก็ถือเป็นขั้นตอนตามปกติ
เรื่องการประมาททำให้ตายนี่แหละค่ะ ที่ต้องบอกคุณผู้ชมว่าน่าสนใจ เพราะช่วงหนึ่งหลังเกิดคดี ก็มีการกล่าวหาพาดพิงไปถึงโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ซึ่งส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยปฐมพยาบาลคุณธวัชชัย ว่าอาจปฐมพยาบาลผิดวิธี จนทำให้คุณธวัชชัยเสียชีวิตด้วยอาการตับแตก ซี่โครงหัก ก็เป็นได้ ซึ่งตอนนั้นทางโรงพยาบาลก็ออกมาให้ข่าวตอบโต้อย่างรุนแรง
ล่าสุด "ล่าความจริง" ได้สอบถามไปยัง พลตรี นายแพทย์ เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ คุณหมอเหรียญทอง บอกว่า ขอยืนยัน นั่งยันเลยว่า การเสียชีวิตของคุณธวัชชัย ไม่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการรักษาของโรงพยาบาล เพราะรอยช้ำที่คอ ประกอบกับช่วงเวลาที่ได้รับการส่งมอบตัวคุณธวัชชัยนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเป็นความผิดพลาดจากการรักษาของทีมแพทย์ ส่วนเรื่องของคดีก็จะปล่อยให้ทางกระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไป หากมีอะไรไม่ชอบมาพากลก็ไปพิสูจน์กันในชั้นศาล
จากประเด็นนี้ เราย้อนไปดูคำสั่งศาลในสำนวนชันสูตรพลิกศพของคุณธวัชชัย ศาลระบุเอาไว้แบบนี้ว่า พฤติการณ์ที่ตาย สืบเนื่องมาจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกตับแตก เลือดออกในช่องท้อง ร่วมกันกับการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอทำให้ตาย โดยยังไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำรายละเอียดเหตุผลซึ่งเป็นที่มาของคำสั่งศาลแบบนี้ มีคำให้การจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชวิทยายืนยันว่า คุณธวัชชัยไม่ได้เสียชีวิตจากการผูกคอตายด้วยถุงเท้ากับบานพับประตูห้องควบคุมตัว ตามที่ดีเอสไอแถลงตั้งแต่หลังเกิดเหตุ เพราะร่องรอยการรัดคอที่พบจากศพ เป็นลักษณะของการถูกผู้อื่นกระทำมากกว่า และถุงเท้าไม่น่าทำให้เกิดรอยรัดแบบนี้ได้ นอกจากนั้นยังมีบาดแผลฟกช้ำบริเวณคอและกระดูกกล่องเสียงหักด้วย
คำถามที่สังคมอยากทราบในขณะนี้ก็คือ ดีเอสไอจะอธิบายอย่างไร เพราะตัวเองเคยแถลงเอาไว้เองว่า คุณธวัชชัยผูกคอตายโดยใช้ถุงเท้าที่ตัวเองสวมใส่ รัดคอโดยผูกอีกด้านกับบานพับประตู แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีคำชี้แจงใดๆ จากดีเอสไอ รวมทั้งประเด็นที่กล้องวงจรปิดนัดกันเสียที่ห้องควบคุมตัว และชั้น 6 ทั้งชั้นพอดิบพอดี