พวกเจ้าหน้าที่ ที่เคยใช้มุกไปยืนอ้อยอิ่งอยู่หน้าประตูห้องทำงานรูปไข่ เพื่อหวังจะให้ประธานาธิบดีเห็นหน้า หรือกวักมือเรียกเข้าไปเสนอแนวคิดใหม่ๆ จะหมดโอกาส เพราะนับจากนี้ประตูห้องทำงานรูปไข่จะปิด ส่วนคนที่จะเข้าพบพลเอกเคลลี่หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ จะถูกเชิญให้ไปรอที่ล็อบบี้ ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่นักท่องเที่ยวนั่งพักผ่อนหรืออ่านหนังสือพิมพ์
พลเอกเคลลี่ยังจะเบรคประธานาธิบดีทรัมป์ให้ใช้ทวิตเตอร์น้อยลง และรับประกันต่อ เจฟฟ์ เซสส์ชั่น รัฐมนตรียุติธรรมว่า เขาจะยังไม่ถูกปลดในตอนนี้ ท่ามกลางคำถามที่ว่าผู้คุมกฎคนใหม่และระเบียบใหม่จะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะคนใกล้ชิดและวิจารณ์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทรัมป์ชอบให้มีการแข่งขันกันเองระหว่างที่ปรึกษาระดับสูง ขนาดทีมหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีก็ยังมีถึง 3 ทีม หนึ่งในคนใกล้ชิดของทรัมป์ บอกว่า ปัญหาของทรัมป์ตอนนี้ก็คือ เขาไม่มีใครจะคุยด้วยและมันก็ทำให้เขาหัวฟัดหัวเหวี่ยง ส่วนพลเอกเคลลี่น่าจะอยู่ได้สัก 4 เดือน
ทรัมป์ซึ่งกำลังตกอยู่ในวังวนของการถูกตรวจสอบโดยที่ปรึกษาพิเศษกรณีรัสเซียเข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2016 ต้องเผชิญกับคะแนนนิยมตกต่ำครั้งล่าสุด โดยผลสำรวจของมหาวิทยาลัยควินนิแพค ชี้ว่า เขามีคะแนนนิยมเพียง 33%
การที่พลเอกเคลลี่พยายามจำกัดการใช้ทวิตเตอร์หรือการยกหูโทรศัพท์ไปคุยกับเหล่าเพื่อนสนิทที่นิวยอร์กนั้น รูดอลฟ์ จูเลียนี่ อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กและเพื่อนสนิทของทรัมป์บอกว่า ถ้าทรัมป์รู้สึกว่าเขากำลังถูกโดดเดี่ยวเขาจะขัดขืน ดังนั้นพลเอกเคลลี่จำเป็นต้องสร้างความสมดุล คือด้านหนึ่งต้องทำให้กฎระเบียบเข้ารูปเข้ารอย ส่วนอีกด้านหนึ่งต้องไม่ทำให้ทรัมป์รู้สึกว่าถูกโดดเดี่ยว ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว บอกว่า พลเอกเคลลี่นั้นชัดเจนว่า เขาเข้ามาจัดระเบียบเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ไม่ใช่ประธานาธิบดี และคอยควบคุมกลั่นกรองเจ้าหน้าที่กับข้อมูลก่อนถึงประธานาธิบดีเท่านั้น