เนชั่นทีวี

ข่าว

เกาหลีเหนือถูกคว่ำบาตรรอบใหม่เป็นครั้งที่ 7 ในรอบ 11 ปี

07 ส.ค. 2560 | te

เกาหลีเหนือถูกคว่ำบาตรรอบใหม่เป็นครั้งที่ 7 ในรอบ 11 ปี

โลกยังตกอยู่ในความเสี่ยง! แม้เกาหลีเหนือถูกคว่ำบาตรรอบใหม่เป็นครั้งที่ 7 ในรอบ 11 ปี หลังคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นมีมติเอกฉันท์ 15 ต่อ 0 ตอบโต้การท้าทายพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นมาตรการลงโทษที่ร่างโดยสหรัฐให้คว่ำบาตรการการส่งออกของเกาหลีเหนือลดลง 1 ใน 3 หรือเป็นมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่จีน-รัสเซียซึ่งเป็นสมาชิกถาวรไม่ใช้สิทธิ์วีโต้มติดังกล่าว

ขณะเดียวกันรัฐมนตรีต่างประเทศจีนและเกาหลีเหนือได้ร่วมหารือกันที่กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ โดยใช้เวทีนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจาก 10 ชาติอาเซียน และตัวแทนจากเกือบ 20 ประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐ ซึ่งทางการจีนเชื่อว่ามติของ UNSC จะผลักดันให้เกาหลีเหนือกลับสู่โต๊ะการเจรจาอีกครั้ง และเชื่อว่าจะทำให้เกาหลีเหนือยุติพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์

เป็นที่น่าสนใจว่า ถึงแม้เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือจะเป็นระบบปิด แต่ปรากฎว่า ณ สิ้นปี 2014 นั้น เกาหลีเหนือมีเม็ดเงินต่างชาติที่เข้าลงทุนโดยตรง หรือ FDI 134 ล้านดอลลาร์ และลงทุนในหุ้น 2.1 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังพบว่า การลงทุนด้านการก่อสร้างในเกาหลีเหนือกำลังบูมมาตั้งแต่ปี 2013-2014 ซึ่งในรอบกรุงเปียงยางที่เป็นเมืองหวสงของเกาหลีเหนือมีการลงทุนสร้างตึกสูงถึง 18 อาคาร โดยล่าสุดในปี 2017 มีการลงทุนสร้าง New Ryomyong Street Complex ซึ่งเป็นพื้นที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 3,000 ยูนิต


1.ท่ามกลางความเสี่ยงของโลกที่ยังคงถูกท้าทาย ถึงแม้ว่าเกาหลีเหนือต้องเจอกับการคว่ำบาตรรอบใหม่เป็นครั้ง 7 ในรอบ 11 ปีนับตั้งแต่ปี 2006 เมื่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติเอกฉันท์ 15 ต่อ 0 ตอบโต้การยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นมาตรการลงโทษที่ร่างโดยสหรัฐให้คว่ำบาตรการการส่งออกของเกาหลีเหนือลดลง 1 ใน 3 จากการที่เกาหลีเหนือได้ทำการทดลองขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ถึง 2 ครั้งในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ขณะที่จีนและรัสเซียซึ่งเป็น 2 ใน 5 ของสมาชิกถาวรใน UNSC ไม่ใช้สิทธิ์วีโต้มติดังกล่าว โดยที่ประชุม UNSC ได้มีมติเห็นชอบในการออกมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงขึ้นต่อเกาหลีเหนือ โดยมุ่งตัดรายได้จากการส่งออกของเกาหลีเหนือลง 1 พันล้านดอลลาร์จากมูลค่าส่งออก 3 พันล้านดอลลาร์ต่อปี
มาตรการลงโทษเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดนี้ ได้ครอบคลุมถึงการห้ามส่งออกถ่านหิน เหล็ก แร่เหล็ก ตะกั่ว แร่ตะกั่ว และอาหารทะเลของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการห้ามส่งแรงงานออกนอกประเทศ โดยไม่ให้สมาชิกยูเอ็นจ้างแรงงานเกาหลีเหนือที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังอาจพุ่งเป้าไปที่การลักลอบค้าอาวุธ และการร่วมลงทุนกับบริษัทต่างชาติ ธนาคาร และแหล่งรายได้อื่นๆ ของเกาหลีเหนือ


2.รัฐมนตรีต่างประเทศจีนและเกาหลีเหนือร่วมหารือกันที่กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ นอกรอบการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจาก 10 ชาติอาเซียน และตัวแทนจากเกือบ 20 ประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐ แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ารัฐมนตรีต่างประเทศจีนและเกาหลีเหนือพูดคุยกันในเรื่องอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่า ทางการจีนอาจจะแนะนำให้เกาหลีเหนือยุติการทดลองอาวุธทั้งหมดที่เป็นการละเมิดมติ UNSC และหลีกเลี่ยงการสร้างความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี
ทั้งนี้ ทางการจีนยังได้แสดงความเชื่อมั่นว่า การที่ UNSC มีมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่นี้ จะผลักดันให้เกาหลีเหนือกลับสู่โต๊ะการเจรจาอีกครั้ง และเชื่อว่าจะทำให้เกาหลีเหนือยุติการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์
นอกจากนี้ประเด็นเรื่องการทดลองขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือก็คาดว่าจะเป็นหัวข้อสำคัญที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยในที่ประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ARF) ซึ่งมีรัฐมนตรีจาก 27 ประเทศ รวมถึงเกาหลีเหนือเข้าร่วมในการประชุมที่ฟิลิปปินส์ครั้งนี้ด้วย


3.จีนนับเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดถึง 90% และยังเป็นผู้ให้การสนับสนุนทางการทูตคนสำคัญของเกาหลีเหนือ โดยมูลค่าทางการค้าระหว่างจีนและเกาหลีเหนือเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2017 นี้ มีมูลค่าการค้าในช่วงเดือนมกราคา-มิถุนายน รวมทั้งสิ้น 2.25 พันล้านดอลลาร์ โดยจีนมีการส่งออกสินค้าไปยังเกาหลีเหนือเป็นมูลค่า 1.67 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29.1% ขณะที่ยอดนำเข้าสินค้าจากเกาหลีเหนือลดลง 13.2% สู่ระดับ 880 ล้านดอลลาร์
โดยที่ในปี 2016 การค้าระหว่างเกาหลีเหนือกับจีนมีมูลค่ารวม 6.106 พันล้านดอลลาร์ เป็นการนำเข้าจากจีน 3.472 พันล้านดอลลาร์ และเป็นการส่งออกไปจีน 2.614 พันล้านดอลลาร์
สำหรับแรงงานเกาหลีเหนือที่ส่งออกไปทำงานนอกประเทศ มีรายงานว่าอยู่ในรัสเซียจำนวนระหว่าง 20,000-30,000 คน ขณะที่ไปทำงานในจีนราว 20,000-80,000 คน


4.ขณะที่เศรษฐกิจในภาพรวมของเกาหลีเหนือจากรายงานของยูเอ็นพบว่า มีอัตราการเติบโตเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real GDP Growth) ติดลบ 1.1% ในปี 2016 โดยที่ขนาดของจีดีพีเพียงมูลค่า 1.741 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2015 และมีรายได้ประชาชาติต่อหัวเพียง 648 ดอลลาร์ต่อปี นับว่ากาหลีเหนือมีระบบเศรษฐกิจที่เล็กมากและยังเป็นประเทศที่ยากจน
เมื่อเปรียบเทียบกับจีดีพีโลกที่มีมูลค่า 74.19 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นสหรัฐที่มีขนาดจีดีพีใหญ่ที่สุดมูลค่า 18.04 ล้านล้านดอลลาร์ สหภาพยุโรปมีขนาดจีดีพี 16.83 ล้านล้านดอลลาร์ จีนมีขนาดจีดีพี 11.16 ล้านล้านดอลลาร์ เกาหลีใต้มีขนาดจีดีพี 2.48 ล้านล้านดอลลาร์ หรือไทยที่มีขนาดจีดีพี 4.048 แสนล้านดอลลาร์


5.เป็นที่น่าสนใจว่า ถึงแม้เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือจะเป็นระบบปิด แต่ปรากฎว่า ณ สิ้นปี 2014 นั้น เกาหลีเหนือมีเม็ดเงินต่างชาติที่เข้าลงทุนโดยตรง หรือ FDI (Foreign Direct Invesment) 134 ล้านดอลลาร์ และเป็นเงินลงทุนในหุ้น 2.1 พันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับจีนที่มีการทำสัญญาสร้างเขตการค้าเสรีร่วมกันในจังหวัดทางเหนือของกรุงเปียงยางตั้งแต่ปี 2011
นอกจากนี้ ยังพบว่า การลงทุนด้านการก่อสร้างในเกาหลีเหนือกำลังบูมมาตั้งแต่ปี 2013-2014 ซึ่งในรอบกรุงเปียงยางที่เป็นเมืองหวสงของเกาหลีเหนือมีการลงทุนสร้างตึกกว่า 18 อาคารที่มีความสูงคั้งแต่ 24 ชั้นจนถึง 48 ชั้น โดยล่าสุดในปี 2017 มีการลงทุนสร้าง New Ryomyong Street Complex ซึ่งเป็นพื้นที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 3,000 ยูนิต

ข่าวล่าสุด