มติเอกฉันท์ ยูเอ็นคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ อย่างเป็นทางการ
06 ส.ค. 2560 | wanchat

ยูเอ็น หรือองค์การสหประชาชาติ ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์คว่ำบาตรครั้งสำคัญต่อเกาหลีเหนือ ห้ามการส่งออก ตัดรายได้ลง 1 ใน 3 หลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่เป็นภัยต่อมนุษยชาติ
ข่าว
06 ส.ค. 2560 | wanchat

ยูเอ็น หรือองค์การสหประชาชาติ ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์คว่ำบาตรครั้งสำคัญต่อเกาหลีเหนือ ห้ามการส่งออก ตัดรายได้ลง 1 ใน 3 หลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่เป็นภัยต่อมนุษยชาติ
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์สนับสนุนร่างมติตามที่สหรัฐเป็นผู้ร่างเพื่อเป็นการลงโทษด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนืออันเนื่องมาจากโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยสาระสำคัญของร่างมติคือห้ามการส่งออกของเกาหลีเหนือทั้งนี้ถือเป็นมาตรการแรกในการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐเข้ารับตำแหน่งและยังสะท้อนให้เห็นว่าจีนชาติพันธมิตรที่สำคัญของเกาหลีเหนือจะลงโทษเกาหลีเหนือด้วยมาตรการคว่ำบาตรนี้หรือไม่
ร่างมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครอบคลุมถึงการห้ามการส่งออกถ่านหิน, เหล็กกล้า, แร่เหล็ก, ตะกั่วและแร่ตะกั่วรวมถึงปลาและอาหารทะเลของเกาหลีเหนือ จะส่งผลให้เกาหลีเหนือถูกตัดขาดรายได้ประจำปีจากการส่งออกซึ่งเดิมเคยได้ปีละ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้เหลือ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1ใน 3 ของมูลค่าการส่งออก
นางนิคกี้ ฮาลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ แถลงว่า มาตรการคว่ำบาตรเป็นการลงโทษเกาหลีเหนือฐานทดลองยิงขีปนาวุธข้ามทวีปและแจ้งเตือนให้นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือทราบว่านี่คือมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดที่สุดเพื่อลงโทษประเทศใดก็ตามในยุคนี้ ร่างมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติยังห้ามเกาหลีเหนือไม่ให้เพิ่มจำนวนแรงงานในต่างประเทศ ซึ่งแรงงานเหล่านี้คือผู้นำรายได้อีกทางหนึ่งกลับประเทศไปสนับสนุนรัฐบาลเปียงยาง
ร่างมติคว่ำบาตรยังห้ามการลงทุนร่วมกับเกาหลีเหนือ ห้ามการลงทุนใหม่ในบริษัทลงทุนที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เพิ่มเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ 9 คนและนิติบุคคลอีก 4 ชื่อซึ่งมีชื่อของธนาคารแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของเกาหลีเหนือเข้าไปในบัญชีดำของการคว่ำบาตรของสหประชาชาติด้วย
สหรัฐได้หารือกับจีนมานาน 1 เดือนแล้วเรื่องมติใหม่ที่จะประกาศคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ หลังจากเกาหลีเหนือได้ทำการทดลองยิงขีปนาวุธข้ามทวีปครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมาและครั้งที่สองในวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา