คดีนกฮูกยังไม่จบ ! ปปช.-ดีเอสไอ-ปคม.เดินหน้าสอบสวนใหม่
05 ส.ค. 2560 | nation_ent

แม่ฮ่องสอน - คดีค้ากามนกฮูกยังไม่จบ "ปปช.-ดีเอสไอ-ปคม."ลงพื้นที่สอบแม่เด็กที่ถูกพาไปร้องศูนย์ดำรงธรรมแม่ฮ่องสอน
ข่าว
05 ส.ค. 2560 | nation_ent

แม่ฮ่องสอน - คดีค้ากามนกฮูกยังไม่จบ "ปปช.-ดีเอสไอ-ปคม."ลงพื้นที่สอบแม่เด็กที่ถูกพาไปร้องศูนย์ดำรงธรรมแม่ฮ่องสอน
แฉมีคนให้เงินเพื่อดึงพยานปากเอกออกจากคดี ด้านรอง ผบ.ตร.ว๊าก ลั่นในที่ประชุมหลังพบพนักงานสอบสวนบกพร่องเรื่องคดี-มีกระแสข่าวว่าข่มขู่พยานเด็ก ด้านสมาชิก อบต.บ้านใหม่ แถลงต่อสภา ว่าถูกข่มขู่ให้รับสารภาพ และเตรียมกลับคำให้การในชั้นศาล
จากกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวาราห์ รังสิพราหมกุล รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วยนายวันชัย รุจนวงศ์ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดีค้ามนุษย์ นายทรงวิทย์ เชื่อมสกุล พมจ.แม่ฮ่องสอน , นางสุวรีย์ ใจหาญ ผอ.กองต่อต้านการค้ามนุษย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รองผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ รอง ผบช.รร.นรต. , พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร รอง จตร.( สบ.7 ) , พล.ต.ต.ปรีชา วิมลไชยจิต ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน , พล.ต.ต.สรรภัทร ปราบพุฒซา ผบก.ยศ.ภ.5 , พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 , พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผบก.ประจำ บชก. , พล.ต.ต.ณัฐแก้ว เนรมิตพงศ์ ผบก.ประจำ สน.ผบ.ตร. , พล.ต.ต.กรณ์ณพัชญ์ กิตติพิบูลย์ ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. และคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อตรวจสอบ ติดตาม เร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินคดีค้ามนุษย์ ที่เกิดขึ้นใน จ.แม่ฮ่องสอน
ทั้งนี้ มีคดีค้ามนุษย์ที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่ ภ.จว.แม่ฮ่องสอน ภ. 5 ในปี 2559 จนถึงปัจจุบันจำนวนทั้งสิ้น 48 คดี มีผู้ต้องหา 30 คน โดยจับกุม 22 คน อายัด 8 คน แยกเป็นรายคดีดังนี้ 1. คดีค้ามนุษย์ จำนวน 32 คดี ผู้ต้องหา 8 คน , 2. คดีผู้ใช้บริการทางเพศ / ข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง จำนวน 16 คดี ผู้ต้องหา 22 คน โดยพนักงานสอบสวนมีความเห็นนสั่งไม่ฟ้อง 1 คดี คือ คดีนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เหลือส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการพิจารณาคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ หรือ ป.ก้อง ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากคดีค้ามนุษย์ของ จ.แม่ฮ่องสอน ตนได้เข้าร้องเรียนต่อดีเอสไอ ภาคเหนือขอให้ตรวจสอบกรณีมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบังคับให้เด็กค้าบริการ ทางเพศ และร้องต่อ ปปช.กรณีเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 กรณีสอบสหวิชาชีพเด็กผู้เสียหาย และมีการละเว้นการจดบันทึกถ้อยคำเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิดในคดีค้ามนุษย์ ส่งผลให้มีการกลั่นแกล้งจากผู้บังคับบัญชาโยกย้ายไปอยู่ในพื้นที่ ที่ห่างไกลจากครอบครัวถึง 1,085 กม. รวมทั้งโดนสอบวินัย ถูกคดีอาญา แต่ก็จะเดินหน้าต่อไปเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่สังคม
จากการเข้าพบกับ นางน้ำเพชร ขอสงวนนามสกุล แม่ของเด็กผู้เสียหายจากการถูกบังคับค้าประเวณี พร้อมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แม่เด็กและเด็กทุกคนให้การยืนยันคำเดิมเหมือนที่เคยให้การต่อหน่วยงานต่าง ๆ ไปแล้ว ทั้งนี้ครั้งแรกที่ได้เดินทางไปร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทางศูนย์ดำรงธรรมหาว่าเป็นการเข้าใจผิด จนต้องเดินทางเข้าร้องเรียนต่อกองบังคับปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.)ที่กรุงเทพฯ จนทำเรื่องดังขึ้นมา ล่าสุด ทราบว่าเมื่อช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ ปปช. ได้สอบปากคำนางน้ำเพชร และ เด็กผู้เสียหายเป็นครั้งที่ 2 และทุกคนยังยืนยันตามคำเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนั้นยังทราบมาว่า ทางเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปคม. ได้เดินทางไปสอบปากคำนาง แม่ของน้องเปิ้ล พยานปากเอกที่ระบุว่า มีผู้ใหญ่ระดับสูงใช้บริการ โดยเธอให้การขัดแย้งต่อข้อมูลของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน อย่างสิ้นเชิง ด้านนางน้ำเพชร ขอสงวนนามสกุล เปิดเผยว่า จากกรณีเรื่องบุตรสาวถูกบังคับค้ากาม ทางตนเองและญาติผู้เสียหาย จะดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดต่อผู้กระทำผิดอีกทาง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนา ทั้งนี้ เด็กผู้เสียหาย สามารถจดจำตำหนิรูปพรรณของผู้ใช้บริการทางเพศได้เป็นอย่างดี ขณะที่ สมาชิกอบต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้มีการแถลงต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ เมื่อเดือนกรกฎาคมี่ผ่านมาว่า กรณีที่เดินทางมาดูงานที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2559 และถูกยัดข้อหาว่า ใช้บริการเด็กแก๊งค์นกฮูก นั้นได้ แถลงว่าถูกข่มขู่ให้รับสารภาพ และเตรียมกลับคำให้การในชั้นศาล ซึ่งอาจจะกระทบกับคดีที่เกี่ยวข้องกับการสั่งไม่ฟ้องผู้ว่าฯ และทำให้พนักงานสอบสวนต้องสอบปากคำพยานและผู้ถูกกล่าวหาใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้จากกรณีที่ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ถูกสั่งไม่ฟ้องสาเหตุหนึ่งมาจากมี คนรับสมอ้างเป็น ผวจ.ขณะนอนกับเด็ก และพบว่ากรณีของผวจ.ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้มีการออกหมายเรียกมาสอบปากคำแต่อย่างใด เหมือนคนอื่น ๆ ที่ต้องคดีจะถูกออกหมายเรียกในทันที หากไม่มาพบพนักงานสอบสวนก็จะถูกออกหมายจับทันที อย่างไรก็ตาม จากคดีดังกล่าวที่โด่งดัง พบว่า ทางเจ้าหน้าที่หลายหน่วยมีการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าและผิดระเบียบ ตามที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวในที่ประชุมว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคณะทำงานชุดสอบสวนของตำรวจภูธรภาค 5 และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ไม่ทำการสืบพยานคือ นำผู้เสียหายไปให้ปากคำต่อศาล แต่รีบสั่งฟ้องผ่านอัยการ ทำให้เกิดกระบวนการเข้าไปยุ่งเหยิงพยาน ซึ่งเรื่องดังกล่าว จะมีการสอบสวนเจ้าหน้าที่คุ้มครองพยานอีกด้วย เพราะได้ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะทำงานของ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. สำหรับ ป.ก้อง คนดัง หลังจากได้ถูกเด้งไปรับราชการที่ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ล่าสุดได้ทำหนังสือ ร้องทุกข์กรณีอธิบดีกรมการปกครอง ว่าถูกย้ายโดยมีเจตนาไม่สุจริตและขอกลับไปรับราชการที่เดิมในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อที่จะได้ดำเนินการที่คั่งค้างจากการฟ้องร้องเอาผิด ข้าราชการในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ประพฤติมิชอบ ฉ้อราษฎร์บังหลวง และเข้าไปพัวพันกับเรื่องทุจริตต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก และคาดว่าทางกระทรวงมหาดไทยจะพิจารณาคำร้องทุกข์และสนับสนุนให้กลับดำรงตำแหน่งที่เดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่เอาผิดกับข้าราชการที่กระทำผิดกฎหมายต่อไป