หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเอกสารภายในกระเป๋าดังกล่าว พบว่ากระเป๋าดังกล่าวเป็นของ Mrs.Peng Liwenjieนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ตั้งแต่เมื่อช่วงสายของวันนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้โทรศัพท์แจ้งให้Mrs.Peng Liwenjieเจ้าของกระเป๋าใบดังกล่าวทราบและเดินทางมาตรวจสอบทรัพย์สินที่โรงพัก
นายชีพ โชว์เฟอร์แท็กซี่น้ำใจงาม กล่าวว่า เมื่อช่วงสายของวันนี้ตนได้รับผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนจำนวน2คนจากโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร มาส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากที่ส่งผู้โดยสารทั้งสองเสร็จ ก็ได้มีผู้โดยสารเป็นซึ่งเป็นชาวอาหลับ ได้ว่าจ้างให้ไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งในซอยเพชรบุรี19ก่อนที่จะขับรถตระเวนเพื่อหาลูกค้า ในระหว่างที่ตนขับรถตระเวนหาลูกค้าก็ได้รับแจ้งจากทางอู่แท็กซี่ที่ตนเช่ามาว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า มีผู้โดยสารเป็นนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นหญิงชาวจีนลืมกระเป๋าสตางค์ไว้บนรถของตน ซึ่งมีเอกสารสำคัญอยู่ จึงได้จอดรถและลงมาตรวจสอบที่เบาะหลังแต่ไม่พบ และนึกขึ้นได้ว่าหลังจากส่งหญิงชาวจีนเสร็จได้มีชายชาวอาหรับว่าจ้างให้ไปส่งที่โรงแรมหลังจากนั้นตนก็ยังไม่ได้รับผู้โดยสารคนใด ตนจึงรีบขับรถกลับไปที่โรงแรมที่ชายชาวอาหลับให้ไปส่ง ก่อนติดต่อกับเจ้าหน้าที่โรงแรม เพื่อขอพบลูกค้าคนดังกล่าว หลังจากพบนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวตนจึงได้เล่าเรื่องให้ฟังซึ่งนักท่องเที่ยวชาวอาหลับก็ได้ถือกระเป๋าสตางค์ใบดังกล่าวลงมาด้วย พร้อมทั้งฝากตนไปส่งคืนให้เจ้าของด้วย ตนจึงรีบขับรถนำกระเป๋าสตางค์มาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อส่งคืนเจ้าของ
หลังนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนทั้งสองคนเดินทางมาถึงโรงพัก สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยความดีใจ และทำการตรวจดูทรัพย์สินภายในพบว่า ทรัพย์สินยังอยู่ครบทุกอย่างทั้งเงินสดและเอกสาร จึงได้แสดงความขอบคุณโชว์เฟอร์แท็กซี่ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มและกล่าวคำขอบคุณตลอดเวลา ก่อนที่จะมอบเงินสดให้แก่นายชีพ โชว์เฟอร์แท็กซี่น้ำใจงามคนดังกล่าวจำนวน 1 พันบาท เพื่อเป็นสินน้ำใจและเป็นค่าเสียเวลาMrs.Peng Liwenjieเจ้าของกระเป๋าสตางค์ใบดังกล่าวยังได้กล่าวผ่านลามว่า คนไทยใจดี หลังจากนี้ตนจะกลับไปบอกเพื่อนที่ประเทศจีน ว่าคนไทยใจดีทุกคน และประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าเที่ยวที่สุด