วันนี้ กระทรวงพาณิชย์เปิดการเจรจาการค้ายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพารา ระหว่างผู้นำเข้ารายใหญ่จาก 25 ประเทศทั่วโลก กับผู้ประกอบการไทยเกือบ 100 ราย เข้าร่วมการเจรจาธุรกิจในครั้งนี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อภิรดี ตันตราภรณ์ มั่นใจว่ากิจกรรมในวันนี้จะเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อในตลาดโลกให้เพิ่มสูงขึ้นได้หลังจากที่ผู้นำเข้าได้เข้ามารับทราบข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณผลผลิต และคุณภาพน้ำยางพาราไทยด้วยตัวเอง โดยประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตยางพาราคุณภาพสูงที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีศักยภาพการผลิตถึงกว่า 4 ล้านตันต่อปี ซึ่งนับเป็นหนึ่งในสามของปริมาณการผลิตยางพารารวมทั้งโลก คาดว่าภายในงานจะมียอดคำสั่งซื้อเกิดขึ้นมากถึง 3 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการเปิดการเจรจาการค้ายางพาราในครั้งนี้กระทรวงพาณิชย์จะใช้เป็นโมเดลต่อยอดไปสู่สินค้าเกษตรประเภทอื่นๆต่อไป
ด้านผู้บริหาร บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด กรกฏ กิตติพล บอกว่า การเจรจาซื้อ-ขายยางพาราในวันนี้คึกคักเป็นอย่างมาก ช่วงระยะเวลาในการจัดงานค่อนข้างเหมาะสมเนื่องจากผู้ซื้อหลายรายเริ่มมองหาสินค้าเพื่อซื้อเก็บเข้าสต็อคไว้ใช้ในช่วงปลายปี ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะนี้ยังไม่รับรายงานเรื่องผลกระทบ แต่เชื่อว่าหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อไปอีก 1 สัปดาห์น่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสัดส่วนปริมาณของผลผลิตยางพาราถึงร้อยละ 30 ของผลผลิตยางทั่วประเทศ สำหรับราคายางพาราในช่วงครึ่งหลังของปีมองว่ามีโอกาสจะขยับสูงขึ้นได้ถึง 70 บาทต่อกิโลกรัม
ด้านผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย ธีธัช สุขสะอาด บอกว่า สหกรณ์กว่า 30 รายที่เข้าร่วมงาน หลายรายสามารถปิดยอด คำสั่งซื้อได้ในช่วงระยะเวลาเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง จึงมั่นใจว่าหลังจากนี้ตลาดส่งออกยางจะเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็ง และจะต่อยอดไปสู่สหกรณ์อีก กว่า 700 แห่งทั่วประเทศได้อย่างแน่นอน