ชาวนาบ้านดอนสะนวน ตำบลหลุบ ในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เฝ้าติดตามปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นจากผลการระบายน้ำของเขื่อนลำปาว ซึ่งเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ เขื่อนลำปาวได้ทำการระบายน้ำ เป็นวันละ 20 ล้าน ลบ.ม. เพียงข้ามคืนปริมาณน้ำดังกล่าวก็ได้เริ่มเอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวเป็นบริเวณกว้าง และมีรายงานว่าในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ มีนาข้าวถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 30,000 ไร่
ขณะที่ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ นายฤาชัย จำปานิล บอกว่า สาเหตุที่ต้องระบายน้ำออกจากตัวเขื่อน เนื่องจากมีมวลน้ำด้านทิศเหนือจาก จังหวัดอุดรธานี และ จังหวัดสกลนคร ไหลเข้ามาในปริมาณที่มาก ซึ่งเมื่อคืนนี้ยังมีมวลน้ำไหลเข้าเขื่อนลำปาวมากถึง 115 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ขณะนี้เขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,673 ล้าน ลบ.ม. ร้อยละ 80 ของความจุอ่างเต็มพิกัด 1,980 ล้าน ลบ.ม. โดยที่ผ่านมาห้วงระหว่างวันที่ 29-30 ก.ค. 2560 มีน้ำไหลหลากเข้ามายังเขื่อนมากถึง 201 ล้าน ลบ.ม. ที่หากดูจากสถิติแล้วเป็นปริมาณน้ำที่เข้ามายังเขื่อนลำปาวมากที่สุดในรอบ 15 ปี
ขณะที่ทางเดินของน้ำในลำน้ำปาวจะไหลผ่านเข้าอำเภอกมลาไสย อำเภอฆ้องชัย และอำเภอร่องคำ ด้านนายอำเภอผู้รับผิดชอบ ได้รายงานว่า มวลน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมนาข้าวของประชาชนเพิ่มขึ้นอีก 20,000 ไร่ เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ความเสียหายจากอุทกภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่นาข้าว พืชไร่ พืชสวน บ่อปลา ถูกน้ำท่วมกว่า 140,000 ไร่ ใน 15 อำเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เกือบ 20,000 ครัวเรือน ซึ่งจังหวัดได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติน้ำท่วมแล้ว 11 อำเภอ
ในขณะนี้มีรายงาน ฝายกั้นน้ำ ตรงผนังกั้นลำน้ำชี ได้ยกตัวขึ้นเพื่อเปิดการระบายน้ำอย่างเต็มที่เพื่อลดความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วม แต่จำนวนมวลน้ำเหล่านี้ก็จะไหลผ่านลงไป จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร ประชาชนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำบริเวณนี้คงต้องเตรียมการรับกับปัญหาน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้น