ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง ซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม ภายในบ้านได้พบศพนายอุทัย ทองบุญโท อายุ46ปี เสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้ากับที่นอน โดยมีสายไฟสีขาวพันอยู่ที่ลำคอปลายอีกด้านหนึ่งผูกอยู่กับไม้วงกบหน้าต่างภายในห้องพัดลมล้มคว่ำอยู่ที่ปลายเท้า สายปลั๊กเสียบไฟถูกตัดออก จากการตรวจสภาพศพไม่พบร่องลอยการหรือบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า4ชั่วโมงจึงได้มอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช
จากการสอบถามนางสายฝน ทองบุญโท อายุ44ปี น้องสาวของผู้ตาย ได้เล่าว่า ผู้ตายเป็นพี่ชายของตน ซึ่งทำงานรับเหมาก่อสร้างทั่วไปและพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวเพียงลำพัง ส่วนตนพักอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กัน ก่อนทราบว่าผู้ตายเสียชีวิต ตนได้ให้หลานชายวิ่งตามผู้ตายให้มาทำปลา เพื่อที่จะทำแกงส้ม แต่หลังจากที่หลานชายวิ่งไปได้เพียงพักเดียว หลานได้วิ่งกลับมาบอกตนว่าผู้ตายไม่น่าจะอยู่บ้าน เพราะประตูปิดอยู่ ตนจึงเดินไปดูเองเพราะคิดว่าผู้ตายไม่น่าจะออกไปไหนเพราะช่วงหลัง ๆ ผู้ตายก็ไม่มีงานอะไร พอมาถึงหน้าบ้านตนได้ตะโกนเรียกผู้ตายอยู่นานแต่ไม่มีเสียตอบ จึงได้เดินเข้าไปในบ้านเอามือดันประตูเข้าไปได้พบว่าผู้ตายใช้สายไฟผูกคอตัวเองกับวงกบหน้าต่างนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนที่นอน ด้วยความตกใจจึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบนางสายฝน ยังเล่าต่ออีกว่า ผู้ตายเป็นคนสุขภาพร่างกายแข็งแรงทำงานก่อสร้างและไม่เคยมีโรคประจำตัวอะไร แต่น่าจะเครียดเรื่องที่ขณะนี้ที่ดินที่พวกตนปลูกบ้านอยู่กำลังถูกฟ้องขับไล่ที แต่พวกตนกและผู้ตายก็ยังไม่สามารถหาเงินไปเช่าบ้านเพื่ออยู่อาศัยได้เนื่องจากมาระยะหลังงานเริ่มมีน้อย แค่ใช้จ่ายกินอยู่ก็แทบไม่พอ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า ผู้ตายน่าจะเครียดเรื่องการเงินและถูกขับไล่ที่ จึงคิดสั้นผูกคอตัวเองตายดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป