เนชั่นทีวี

ข่าว

ผวจ.ตรัง สั่งผอ.เขตลงนามคำสั่งย้าย ผอ.โรงเรียน ผู้ต้องหาคดีฆ่าแม่เด็ก 7 ขวบ

29 ก.ค. 2560 | te

ผวจ.ตรัง สั่งผอ.เขตลงนามคำสั่งย้าย ผอ.โรงเรียน ผู้ต้องหาคดีฆ่าแม่เด็ก 7 ขวบ

ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังสั่ง ผอ.เขตการศึกษาลงนามคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าทุบหัวกิ๊กตัวเองเสียชีวิตคาห้องน้ำของโรงเรียนแล้ว พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด

(29 กรกฎาคม2560) คืบหน้า นายวินิจ อัครสุวรรณกุล อายุ 55 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองคล้า ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ด้วยการฆ่าทุบหัวนางสาวลัดดา จินดาแก้ว อายุ 33 ปี ชาวบ้าน ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งเป็นกิ๊กของตัวเอง เสียชีวิตหน้าห้องน้ำของโรงเรียนบ้านหนองคล้า ขณะพาลูกชายวัย 7 ขวบ ไปเล่นฟุตบอลที่สนามหญ้าของโรงเรียน ระหว่างรอลูกได้เดินไปเข้าห้องน้ำหลังโรงเรียน แล้วถูกคนร้ายลงมือทำร้ายทุบศีรษะจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา จนกระทั่งในวันคืนวันที่26กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายวินิจได้ แต่มีการต่อรองทำเป็นขอมอบตัว จากนั้นได้รับการประกันตัวออกไปจากศาลด้วยวงเงิน 5 แสนบาท

นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า หลังทราบเรื่องในวันนี้ (29กค.) ตนได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การประถมศึกษาตรัง เขต2 ลงนามคำสั่งย้าย นายวินิจ อัครสุวรรณกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าว ไปประจำที่สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาตรัง เขต 2 แม้จะเป็นวันหยุดก็สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากนายวินิจ มีมลทินส่วนจะไปแก้ไขอย่างไรก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ซึ่งคำสั่งดังกล่าว เป็นการแก้ปัญหาในทางปกครองไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาทางกฎหมายตราบใดที่นายวินิจ ยังไม่ถูกลงโทษจำคุก ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ว่ากันไป แต่ระเบียบทางราชการการ ถือว่าการโดนข้อหานี้ถือว่าหนักมาก ส่วนพฤติการณ์ต่างๆอยู่ในดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาที่จะต้องพิจารณาปฎิบัติให้เป็นไปตามวินัย ตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อเอาผิดทางวินัย

ส่วนกรณีเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ที่มองว่าเกิดขึ้นในทุกวงการ ทุกวงการมีเหมือนกันหมด เพียงแต่ว่าไปโดนตรงใคร เพราะทุกคนเป็นมนุษย์ ซึ่งได้รับการสั่งสอนมาเท่ากัน แต่การนำมาปฎิบัติไม่เท่ากัน องค์กรก็ต้องช่วยกันดูแลด้วย องค์กรครูก็ต้องช่วยกันดูแลครู อย่าละเลยกันถึงแม้จะเป็นผู้บริหารแล้วก็ตาม ใครวู่วาม ใครมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการถูกครหา ก็ต้องมีการว่ากล่าวตักเตือนกัน เป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม รวมทั้งในแวดวงฝ่ายปกครองก็ได้สั่งกำชับไปยังนายอำเภอทุกแห่งแล้ว ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาก็ต้องดูแล รับผิดชอบ เมื่อมีปัญหาต้องแก้ไขอย่างปล่อยปละละเลย ในส่วนของขวัญกำลังใจของครู นักเรียนในโรงเรียนบ้านหนองคล้า นั้นเมื่อมีการย้ายผู้อำนวยการเข้าไปทำงานทีสำนักเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 2 ก็คงจะมีบรรยากาศที่ดีขึ้น

ส่วนในด้านคดี ตนได้กำชับไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรังแล้วว่า ให้ทำเต็มที่ เอาคนผิดมาติดคุกให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นใคร ใครร่วมมือก็จับให้หมด ไม่ใช่แค่นี้พอ ให้เดินหน้าเต็มสูบไม่อยากให้ ตำรวจกองปราบปราม หรือ ดีเอสไอ ลงมาเป็นเรื่องที่อายเขา ที่จริงทางตำรวจจะจับอยู่แล้ว แต่ไหวตัวทันมามอบตัวเสียก่อน งานแค่นี้คงต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ศาลยังไม่ตัดสินก็ต้องว่ากันไป แต่ต้องดำเนินการจริงจังตรงไปตรงมา

นายศิริพัฒ ฯ กล่าวอีกว่า หากจะพูดในเรื่องของการให้ความเห็นว่าสมควรจะมีการสังคายนาด้านคุณธรรม จริยธรรม ต่อบุคลากรด้านการศึกษานั้น ตนเห็นว่าสมควรซึ่งเรามีคณะอนุกรรมการของศึกษาธิการจังหวัดในแต่ละด้าน เพราะฉะนั้นจะไม่เหมือนกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดแบบเดิมๆที่จะมีแต่การแต่งตั้งโยกย้าย ขึ้นเงินเดือน ต่อไปนี้จะมียุทธศาสตร์การพัฒนาในทุกๆด้าน เช่น การพัฒนาครู วิชาการ เป็นระบบครบวงจร ตนเชื่อว่าขณะ นี้ คสช.ดำเนินการมาถูกทางแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างมากมาย โดยเฉพาะโครงการศึกษายินยอมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาจังหวัด แสดงให้เห็นว่า หากปล่อยให้องค์กรศึกษาดูแลกันเอง ในบริบทพอมาถึงภูมิภาค ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ได้มาดูแลก็จะตอบโจทย์สังคมไม่ได้

ด้าน พ.ต.อ.ถนอม อ่วมพรม ผู้กำกับการสภ.เขาวิเศษ กล่าวว่า ในส่วนของคดีมีการตั้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน สำหรับพยานหลักฐานอยู่ในระหว่างการรวบรวม โดยเฉพาะภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดหน้าโรงเรียน เป็นพยานสำคัญ รวมถึงเส้นทางการโอนเงินของผู้ต้องหา เมื่อพยานหลักฐานครบถ้วน จะส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการต่อไป เบื้องต้น ยังไม่มีการสอบสวนผอ.เพิ่มเติม ยกเว้นจะมีประเด็นอื่นๆเพิ่มเติม ที่น่าสนใจ ก็จะเรียกผอ.มาสอบสวนเพิ่มเติมได้ ส่วนข้อสงสัยที่ว่าศาลให้ประกันตัวผอ. ไปนั้น เป็นเพราะทางตำรวจมีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ จริงๆคือศาลพิจารณาแล้วจึงออกหมายขังให้ แต่ที่พิจารณาให้ประกันตัว ปล่อยตัวชั่วคราว พิจารณาจาก 2 ประเด็น คือ เขาจะหลบหนีหรือไม่ และจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานหรือไม่ ซึ่งหากพิจารณาแล้วว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นก็ให้ประกันตัวดังกล่าว ส่วนรูปคดีก็ดำเนินต่อไป ตอนนี้แค่เบื้องต้น สามารถเก็บต่อไปจนครบ 84 วัน หากมีหลักฐานเพียงพอศาลก็จะพิจารณาลงโทษได้ ซึ่งเรื่องนี้ยืนยันว่าผอ. เดินทางมาให้ปากคำด้วยตัวเอง

ส่วนประเด็นที่ทางญาติผู้ตายเป็นห่วงว่า ผอ.ซึ่งได้รับการประกันตัวออกมา เป็นการปล่อยตัวชั่วคราว จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานหรือข่มขู่พยาน เกรงจะเกิดความไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ จะต้องรายงานตัวต่อศาลทุกๆผลัด โดยมีกำหนดฝากขังทั้งหมด7ผลัดๆละ12วัน เริ่มตั้งแต่วันที่27กรกฎาคมเป็นต้นไป ซึ่งหากพบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมข่มขู่หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหรือหลักฐาน ทางเจ้าหน้าที่สามารถยื่นเรื่องต่อศาล เพื่อถอนหมายขังได้ตลอดเวลา ให้ศาลเอาตัวกลับมาขังได้ ทั้งนี้ จะต้องมารายงานต่อ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพยานหลักฐานที่ทางตำรวมีจอยู่ในมือขณะนี้ ประกอบด้วย ภาพที่ปรากฎของกล้องวงจรปิดหน้าบริเวณโรงเรียน หลักฐานที่ปรากฏภายในบ้านของผู้ตายที่ระบุถึงความสัมพันธ์ต่อกัน รวมถึงหลักฐานเป็นชิ้นเนื้อบริเวณหนังศีรษะของผู้ตายที่ปรากฏอยู่ภายในเล็บของผู้ต้อง ซึ่งได้เก็บดีเอ็นเอส่งพิสูจน์ ซึ่งอยู่ในระหว่างรอผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอ

ข่าวล่าสุด