จากกรณีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ เดินทางไปเก็บเห็ดในอุทยานแห่งชาติภูแลนคา พื้นที่จังหวัดชัยภูมิ และถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จับยึดของกลาง จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ทางโลกออนไลน์
โฆษกฯ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สมโภชน์ มณีรัตน์ ได้ชี้แจงกรณี ชาวบ้านเก็บเห็ด ถูกเจ้าหน้าที่ฯ จับกุมในอุทยานแห่งชาติ อย่างละเอียด โดยพยายามหาทางออก ด้วยการที่ทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และชุมชน ต้องร่วมพูดคุยกันในเรื่องของกฏกติกามารยาทในการอยู่ร่วมกัน
ทางเรายืนยันว่า ไม่คิดที่จะทำร้ายชุมชน แต่กฏต้องพูดคุยกัน ข้อมูลที่ได้จากชุมชน ชุมชนท้องถิ่นไม่มีความสุขจากการเสียประโยชน์ทางนี้ ต้องช่วยกันทุกฝ่าย อยากให้เข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่จำเป็นต้องดูแลทรัพยากร เพื่อทุกๆคน ไม่ใช่วันนี้ แต่เพื่ออนาคต และความยั่งยืน
ทางกรมฯ ก็กังวลกับเรื่องนี้มาก จนถึงขั้นจะมีการแก้ไขพระราชบัญญัติ โดยพ.ร.บ.ใหม่ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า พูดเรื่องนี้ชัดว่าทำอย่างไรชุมชนถึงมาเก็บของป่า ชนิดที่ทดแทนได้ในธรรมชาติ กฏหมายที่จะแก้มองถึงชุมชนท้องถิ่นที่ใกล้เคียง จะคุยกันว่าเก็บตรงไหน เก็บเท่าไหร่ หรือเก็บอะไร
เนื่องจากว่าทางกฏหมายไม่ได้อนุญาตไว้เลย ปัจจุบันยังมีพื้นที่ผ่อนปรน ให้เก็บเพื่ออยู่ เพื่อกิน หรือ ชุมชนมาทำกิจกรรมร่วมกันได้ เช่น ปลูกป่า มาดูและพื้นที่ ทางกรมอุทยานได้ทำงานร่วมกับกรมป่าไม้ ป่าชุมชน เป็นอีกหนึ่งทางออก ถ้าชาวบ้านดูแลป่าอย่างดี เชื่อว่าของป่าเหล่านี้สามารถเลี้ยงดูชุมชนได้เช่นกัน
คนที่ถูกจับไม่ใช่คนท้องถิ่น ทางเจ้าหน้าที่อุทยานได้มีการปรับแล้ว ตามพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ได้ทำลายซากของกลางตามระเบียบ แต่ไม่ได้ดำเนินคดีในส่วนที่จะส่งฟ้อง ความผิด คือ การทำลายพืชพันธุ์ ซึ่งมีโทษสูง เจ้าหน้าที่พิจารณาปรับเท่านั้น
โดยทุกที่ในประเทศไทยเป็นความกังวลของเจ้าหน้าที่ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับชุมชนท้องถิ่น ที่ผ่านมา กรมอุทยานสั่งการเกือบเป็นนโยบาย ให้ทุกพื้นที่สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน สามารถอธิบายว่าพื้นที่ใดหวงห้าม พื้นที่ใดเป็นกันชน
มีการสร้างขอบเขตกับชุมชนมาระดับหนึ่ง มีคนหลายกลุ่มอยากมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ตรงนี้ เป็นไปได้ว่าคนที่มาจากไกลๆ ไม่ทราบข้อตกลงร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับชุมชนตรงนั้น
ภารกิจหลัก คือ ทำยังไงให้คุ้มครองทรัพยากร ให้อยู่ยันลูกหลาน เข้าใจว่าป่า เป็นที่พึ่งของชุมชน แต่ไม่ใช่ทุกที่ที่ให้ใช้ประโยชน์ได้ หลายๆที่ มีกติกาใช้ของป่าให้ยั่งยืน กรมอุทยานให้ความสำคัญกับชุมชนค่อนข้างมาก เราจะพูดเสมอว่าไม่ให้ชุมชนท้องถิ่น หรือ คนจนได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ชุมชนกับรัฐอยู่อย่างมีความสุข
กรณีที่เกิดขึ้น ปัญหา คือ ฤดูการเก็บของป่ามีคนมาในพื้นที่เยอะมาก ที่ทราบจากชุมชน คือ ไม่ใช่คนที่อยู่ตรงนั้น มีคนที่อยู่ชุมชนอื่นมาเก็บของป่าด้วยเหมือนกัน ป่าที่พูดถึง คือ มีชุมชนทั้งในและนอกท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ โดยไม่มีกฏกติกามารยาท
ชุมชนไม่สบายใจ วิธีการเก็บ บางคนใช้เครื่องมือขุดเห็ดจากใต้ดิน ทำให้จาวแตก หมายถึง ที่ที่เคยเกิดเห็ดในอนาคตจะไม่เกิด การเก็บแบบนี้ คือ การทำลาย
ส่วนบุคคลที่เข้าไปไม่ได้มีเฉพาะคนที่เก็บเพื่ออยู่เพื่อกิน มีคนอีกกลุ่มเก็บเพื่อการค้า ที่ต้องการปริมาณมาก ชุมชนก็ไม่สามารถเก็บเพื่ออยู่เพื่อกินได้ และเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
บางทีคนอื่นอาจจะมองไม่เห็น ในฐานะเจ้าหน้าที่คำนึงหลายเรื่อง ไม่ใช่แต่เรื่องต้นไม้ รวมถึงผลกระทบต่อสัตว์ป่า หรือขยะที่ทิ้งไว้