กลุ่มเครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนจำนวน 10 คนรวมตัวกันที่ ก.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยื่นหนังสือเรียกร้องให้แก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยมี รองปลัดกระทรวง นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ยืน เป็นผู้แทนออกมารับ
ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน น.ส.สุภาภรณ์ มาลัยลอย บอกว่า หลังปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ไปแล้วกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ยังความไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย และไม่เป็นไปตามหลักการของรัฐธรรมนูญ มาตรา 77
ซึ่งข้อเสนอหลักทางกลุ่มเครื่อข่ายประชาชนฯ ต้องการให้แก้คือ 1.ด้านระบบการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ภาคประชาชนเห็นว่าควรมีประการประเมินศักยภาพและข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อม 2. ต้องมีการกำหนดกรอบหลักเกณฑ์การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ความเสียหาย โดยรวมถึงประเมินต้นทุนภายนอก และ 3. ให้ตัด ม.53 วรรค 4 ออกจากร่างพระราชบัญญติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ควรรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสียของประชาชน เพื่อไม่ให้ลดความสำคัญกับการปฏิบัติสมกระบวนการขั้นตอน EIA
กลุ่มเครือข่ายฯ บอกอีกว่า มีส่วนที่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในประเด็น ที่กำหนดให้ขอต่ออายุใบอนุญาตสำหรับโครงการที่มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยจะต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นหลักการเดิมที่มีอยู่แล้วใน พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 และกำหนดให้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นจากคณะกรรมการผู้ชำราญการสามารถนำไปใช้ได้เป็นระยะ 5 ปี. หากพ้นระยะ ก็จะมีการทบทวนใหม่
ด้านรองปลัดฯ ทรัพยากรธรรมชาติ ยืนยันว่าจะรับข้อเสนอและจะนำไปเสนอในวาระการประชุม