(18 กรกฎาคม 2560) ที่ห้องประชุมเฟื่องฟ้า โรงพยาบาลตรัง นายสงกรานต์ จันทร์มุณี นายแพทย์เชี่ยวชาญ ด้านเวชกรรม สาขาวิสัญญีวิทยา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง พร้อมด้วยนายณัฎฐ์ธารณ์ เชิดพงษ์ฐกิตติ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ ด้านเวชกรรม สาขาโรคผิวหนัง และอาจารย์ปวีณา บุญเจริญ แพทย์ด้านกุมารเวชศาสตร์ ร่วมกันแถลงข่าวถึงอาการและแนวทางการรักษาน้องน้ำขิง หรือ ด.ญ.จิรัชญา กมุทรัตน์ อายุ 3 ขวบเศษ ที่มีอาการตุ่มแผลพุพองทั่วร่างกาย
ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าน้องป่วยด้วยโรคตุ่มน้ำในเด็ก ซึ่งโรคนี้มักพบบ่อยในเด็กช่วงอายุ 2 5 ปี สาเหตุของโรคเกิดจากภูมิคุ้มกันบกพร่อง ร่างกายจึงสร้างภูมิคุ้มกันตนเองขึ้นมา ซึ่งการวินิจฉัยโรคนั้น สามารถทำได้ด้วยการส่งชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งต้องใช้เวลารอผลไม่นานประมาณ 10 วันก็จะทราบ ทั้งนี้ ในส่วนของน้องน้ำขิง เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตรังมาแล้ว และออกจากโรงพยาบาลครั้งล่าสุดในวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่แพทย์ได้นำตัวอย่างชิ้นเนื้อน้องส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม
เพราะการรักษาโรคของเด็ก แพทย์ต้องวินิจฉัยโรคอย่างชัดเจนก่อน จึงจะทำการรักษาได้ ระหว่างที่รอผลชิ้นเนื้อที่ส่งไปภายใน 10 วัน ทางคุณแม่ของน้องน้ำขิง คือ น.ส.จิรา พรหมราช อายุ 37 ปี ซึ่งได้มาร่วมฟังการแถลงข่าวด้วยนั้น ขอนำน้องกลับไปดูแลที่บ้าน จนกระทั่งผลการตรวจชิ้นเนื้อของน้องได้รับมาแล้วในวันนี้ ทางโรงพยาบาลจึงไปรับตัวน้องกลับมาเข้ารับการรักษาตามแนวทาง ซึ่งวิธีการรักษาหลังรับตัวน้องมาคือ นำน้องเข้าห้องปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน จึงต้องแยกรักษา การรักษาก็ใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือแล้วเอาไปประคบบริเวณแผลนานประมาณ 10 นาที แล้วดึงและทาครีมป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย
ส่วนยาที่รักษาเฉพาะนี้คือ ยาDapsone ซึ่งรักษาได้ไม่ยาก ปกติของโรคนี้ จะสามารถหายเองได้ภายใน 2 ปี แต่การรักษาที่ถูกต้องจะต้องให้แพทย์รักษา บางรายคนไข้อาจจะเบื่ออาจจะกินยาได้ประมาณ 1 -2 เดือน เห็นว่าแผลตุ่มเริ่มหายก็อาจจะหยุด แต่เมื่อกลับมาเป็นใหม่ก็อาจจะกลับมากินใหม่ก็หายไปอีก ซึ่งความจริงแล้วโรคนี้จะรักษาไม่ยาก และสามารถหายได้เองภายใน 2 ปี และไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆซึ่งทางครอบครัวไม่ต้องเป็นห่วง โรคนี้สามารถหายเองได้ แต่ไม่ควรใช้สมุนไพรพื้นบ้านมาพอกรักษา เพราะเกรงว่าแผลจะติดเชื้อได้ ซึ่งในส่วนการรักษาน้องน้ำขิงทางโรงพยาบาลสามารถรักษาได้ โดยใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท
ด้าน น.ส.จิรา พรหมราช คุณแม่น้องน้ำขิง กล่าวแสดงความดีใจ พร้อมยกมือไหว้ขอบคุณทางโรงพยาบาล ที่ลูกสาวได้มาอยู่ในความดูแลของหมอ และให้ความมั่นใจได้ในทันที ส่วนตัวทำงานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาพาลูกสาวมารักษาที่โรงพยาบาลตรังก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท จึงไม่ต้องร้องขอให้ใครมาช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลแต่ประการใด