ร้อง ปอศ. ถูกหลอกเป็นพรีเซนเตอร์ โพสต์ขายสินค้า 800 คน เสียหาย 24 ล้าน
18 ก.ค. 2560 | nation_ent

ร้องปอศ. ถูกหลอกพรีเซนเตอร์โพสต์ขายสินค้าเสียค่าทำสัญญา-ให้เช็คแต่ขึ้นเงินไม่ได้ ตร.รวมหลักฐานก่อนพิจารณาเข้าข่ายฉ้อโกงปชช.
ข่าว
18 ก.ค. 2560 | nation_ent

ร้องปอศ. ถูกหลอกพรีเซนเตอร์โพสต์ขายสินค้าเสียค่าทำสัญญา-ให้เช็คแต่ขึ้นเงินไม่ได้ ตร.รวมหลักฐานก่อนพิจารณาเข้าข่ายฉ้อโกงปชช.
สำนักข่าวเนชั่น โดย
ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 18 กรกฎาคม นายแพรวไพลิน กสิวัฒนา อายุ 23 ปี นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ม.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผู้เสียหายประมาณ 40 คน พร้อม นายเจษฎา สุขประสงค์ ทนายความ เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต.ณัฐกฤษต์ ยุทยา สว.(สอบสวน) กก.5 บก.ปอศ. กรณีถูกบริษัทแห่งหนึ่งชักชวนเป็นพรีเซ็นเตอร์ขายสินค้าประเภทยาสีฟัน น้ำแร่ และรองเท้า แต่ไม่ได้รับค่าตอบแทนตามที่กล่าวอ้างนายแพรวไพลิน เปิดเผยว่า ตนเข้าสมัครเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีเพื่อนชักชวนหลายครั้ง เลยตัดสินใจสมัครไปเมื่อช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา โดยทำสัญญาผ่านทางอีเมล์ เมื่อกรอกเอกสารเสร็จแล้ว ตนก็ถ่ายภาพเอกสาร และสมุดบัญชีไปให้ พร้อมทั้งจ่ายเงินค่าประกันจำนวน 10,000 บาท หลังจากสมัคร ทางบริษัทจะเรียกประชุมกันเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อแนะนำสินค้า และเทคนิคการขาย สำหรับหน้าที่ในตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์ จะต้องโพสต์สินค้าที่แต่ละคนรับผิดชอบ ซึ่งตนได้เป็นยาสีฟันยี่ห้อหนึ่ง โดยพรีเซ็นเตอร์แต่ละคนจะต้องโพสต์โปรโมทสินค้าวันละ 2 ครั้ง ระยะเวลาห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และห้ามเกินเที่ยงคืนของวันนั้นๆ
นายแพรวไพลิน เปิดเผยด้วยว่า ในช่วงแรกตนก็ได้เงินเดือน 10,000 บาทตามกำหนด จนกระทั่ง เข้าเดือนที่ 3 ของการทำงาน ตนไม่ได้รับเงินเดือน จึงสอบถามไปยังทางบริษัท ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าบริษัทมีปัญหาด้านการเงินอยู่ ต่อมา วันที่ 29 พ.ค. บริษัทได้ประกาศยกเลิกสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ทั้งหมด รวมประมาณ 800 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 24 ล้านบาท ทำให้สมาชิกเกิดความไม่พอใจ ทางบริษัทจึงบอกว่าจะทำการชำระเงินที่เป็นเงินประกันตอนสมัครงาน และเงินค่าตอบแทนการทำงานให้ในวันที่ 12 ก.ค.ในรูปแบบเช็ค แต่พอตนนำเช็คไปขึ้นปรากฏว่าเช็คกลับเด้ง ไม่สามารถเบิกเงินได้ เนื่องจากมีการปิดบัญชีของบริษัทที่เป็นเจ้าของเช็คไปแล้ว
ขณะที่นายเจษฎา เปิดเผยว่า วันนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความ 2 ส่วน คือ ผู้ที่สมัครเป็นผู้กระจายสินค้า และผู้ที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ทั้งวัยรุ่นและผู้ปกครองที่ให้ลูกตัวเองสมัครเป็นพรีเซ็นเตอร์เด็กไว้ โดยวางเงินค่าทำสัญญาและเป็นประกัน คนละ 1-2 หมื่นบาท ระยะเวลาทำงาน 1 ปี ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 1-2 หมื่นบาท ทำหน้าที่ถ่ายรูปสินค้าเป็นยาสีฟัน น้ำแร่ และรองเท้า เพื่อโปรโมทลงในสื่อโซเชียล เช่น เว็บไซด์ยูทูป เฟสบุ้ค และไลน์ ช่วงแรกก็ได้รับค่าตอบแทน แต่เริ่มเกิดปัญหาในเดือนพ.ค. ทางบริษัทมีการเรียกประชุมการทำงานและการจ่ายค่าจ้างให้พรีเซ็นเตอร์ แต่ก็เลื่อน จนกระทั่ง วันที่ 29 พ.ค. มีหนังสือประกาศยกเลิกการจ้างพรีเซ็นเตอร์ทั้งหมด ประมาณ 800 คน โดยเลื่อนการจ่ายเงินค่าประกันและค่าตอบแทนออกไป เจตนาคล้ายกับจ้างพรีเซ็นเตอร์มามุ่งหวังเงินประกันเอาไปเวียนจ่ายเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาว่าเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.