ซึ่งในวัยเด็ก หม่อมเหยินเป็นเด็กวัดจบการศึกษาแค่ระดับชั้น ป.4 รู้ถึงความลำบาก จึงทะเยอทะยานอยากเป็นศิลปิน จึงเริ่มต้นด้วยการเล่นลิเก และเป็นตลกในวงดนตรีลูกทุ่ง จนกระทั่งเพื่อนสนิทจุมจิ๋ม เข็มเล็กพาไปรู้จัก ดี๋ ดอกมะดันและได้อยู่ในคณะของดี๋ ต่อมาดี๋มีงานละครเยอะจึงยกคณะตลกให้หม่อมเหยินดูแล ชีวิตของหม่อมเหยินก็สุขสบายมากขึ้น กระทั่งเจอกับพิษเศรษฐกิจ เขาจึงผันไปทำธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นชนวนทำให้เกิดหนี้นับล้าน ชีวิตที่ไม่เคยย่อท้อจึงดิ้นรนต่อสู้หาเงินมาใช้หนี้จนหมด เปิดใจในงานบุญยกช่อฟ้าศาลาการเปรียญวัดแสงมณีเจริญธรรมพระประสิทธิ์ เปิดเผยว่า
ได้ร่วมบวชกับสมาคมตลก 40 กว่าองค์ด้วยกันเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 ที่วัดบางพลีใหญ่ สมุทรปราการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีกำหนดบวช 9 วัน แต่ในขณะเดียวกันนั้นท่านสึกกันหมดแล้ว อาตมาก็ยังไม่สึก จนกระทั้งญาติโยมครอบครัวและลูกๆขอร้องว่าคุณพ่ออายุมากแล้วบวชถวายพ่อหลวง ก็มาตรงกับความคิดเมื่อบวชถวายพ่อหลวงแล้วก็จะบวชไม่สึกเพื่อทดแทนบุญคุณในพระพุทธศาสนา ประกอบกับทางครอบครัวไม่มีปัญหาเหมือนว่าใจตรงกันก็เลยอธิฐานจิตก็ขอบวชตลอดชีวิตเพราะตั้งใจ ซึ่งก็เหลือน้อยแล้วอายุจะมีสิ่งใดเล่าที่จะทดแทน ก็มีสีผ้าเหลือนี้เป็นเครื่องตอบแทนต่อพระองค์ท่าน ปัจจุบันจำพรราษา อยู่ที่วัดธรรมปัญญา อ.บ้านนา จ.นครนายก