ประมูลรถของกลาง คาดเข้ารัฐ 500 ล้าน
06 ก.ค. 2560 | lastman

กรมศุลกากรเปิดประมูลรถคาดรายได้เข้ารัฐ 500 ล้านบาท ประมูลรถเฟอร์รารีเริ่มต้น 20 ล้าน ส่วน จยย.ฮาร์เลย์ เริ่มที่ 6 แสน
ข่าว
06 ก.ค. 2560 | lastman

กรมศุลกากรเปิดประมูลรถคาดรายได้เข้ารัฐ 500 ล้านบาท ประมูลรถเฟอร์รารีเริ่มต้น 20 ล้าน ส่วน จยย.ฮาร์เลย์ เริ่มที่ 6 แสน
ที่กรมศุลกากร มีการจัดงานขายทอดตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลางด้วยวาจา จำนวน 300 คัน โดยมีนายชูชัย อุดมโภชน์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร เป็นประธานในพิธี มีประชาชนเข้าร่วมประมูลรถยนต์เป็นจำนวนมาก
นายชูชัย กล่าวว่า กรมศุลกากรได้มอบหมายให้บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการขายทอดตลาด เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมสภาพภายนอกรถยนต์ของกลางตั้งแต่วันที่ 4 - 5 ก.ค.ที่ผ่านมา แบ่งเป็นรถยนต์ 168 คัน รถ จยย.132 คัน โดยรถที่นำมาขายทอดตลาดในครั้งนี้ เป็นรถของกลางที่กระทำผิดกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า ส่งออก
ได้แก่ รถยนต์ลักลอบหนีศุลกากร รถยนต์หลีกเลี่ยงภาษีอากรหรือข้อกำกัด รถยนต์ที่รับซื้อไว้โดยผิดกฎหมายศุลกากร รวมถึงรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดซึ่งคดีความสิ้นสุดและตกเป็นของแผ่นดินแล้ว คาดว่าจะนำรายได้เข้ารัฐเป็นจำนวน 500 ล้านบาท โดยรถทั้งหมดมีการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการโจรกรรมรถยนต์ไม่พบว่าเป็นรถจดประกอบ ผู้ซื้อสามารถนำไปจดทะเบียนได้เลย
ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์การขายทอดตลาด ผู้ชนะการประมูลจะต้องนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออกใบรับรองการนำเข้า แบบที่ 32
สำหรับราคาที่เปิดประมูลนั้น จะต่ำกว่าราคาท้องตลาด 20-30% เป็นเทคนิคในการประมูล โดยผู้ชนะการประมูลต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ซึ่งราคาที่ชนะประมูลต้องสูงกว่าราคากลางที่คณะกรรมการกำหนด จึงจะสามารถปล่อยรถไปได้
สำหรับการขายทอดตลาดในครั้งนี้ มีรถยนต์ที่มีราคาเปิดประมูลสูงสุด ได้แก่ รถยนต์ยี่ห้อ FERRARI รุ่น CALIFORNIA T ปี 2015 เปิดประมูลในราคา 20.62 ล้านบาท อยู่ในลำดับที่ 153 ส่วนรถจักรยานยนต์ที่มีราคาเปิดประมูลสูงสุด ได้แก่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HARLEY-DAVIDSON รุ่น ELECTRA GLIDE ปี 2013 เปิดประมูลด้วยราคา 620,000 บาท ลำดับที่ 164 ทั้งนี้ในปี 59 กรมศุลกากรสามารถขายทอดตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลางได้กว่า 424 ล้านบาท