ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.ค.2560 นายกิตติพศ พลพิลา ศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจาก สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 นำเอกสารหลักฐานและผลสรุปการสอบข้อเท็จจริงกรณีนายสมศักดิ์ ขันทวี อายุ 58 ปี ผอ.โรงเรียนหนองหูลิงเจริญเวทย์ ถูกข้าราชการครูร้องเรียน ใช้โทรศัพท์แอบถ่ายภาพและถ่ายคลิปขณะอาบน้ำลูกสาว พร้อมกับลวนลามมานานหลายปี
โดยผลการสอบพบว่ามีมูลความผิด ทางศึกษาธิการจังหวัด ก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายสมศักดิ์ ทันทีตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ได้เปลี่ยนตัวประธานคณะกรรมสอบวินัยร้ายแรงเป็นนายสุรสิทธิ์ ทิพย์สมบูรณ์ รองศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากประธานคนเก่าจะเกษียณอายุราชการในช่วงปลาย ก.ย. 2560
นายกิตติพศ ระบุขณะนี้ทางคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงได้ส่งหนังสือแจ้งไปยัง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 และแจ้งไปยังนายสมศักดิ์ แล้ว ว่าขณะนี้ถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งแนวทางต่อไปคณะกรรมการจะต้องลงพื้นที่เก็บข้อมูลกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายแล้วนำมาพิจารณาและส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการการศึกษา จ.กาฬสินธุ์หรือ กศจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งบทลงโทษวินัยร้ายแรง หากตรวจสอบพบแล้วพบว่ามีการกระทำผิดจริงนั้นจะต้องถูกดำเนินการปลดออกและไล่ออกเท่านั้น
เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่สังคม สื่อมวลชน และประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก ซึ่งคณะกรรมการจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เท็จจริง โปร่งใส และความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย แต่คงไม่ช้าเกินไป และไม่เร็วเกินไป คาดว่าน่าจะสามารถสรุปผลสอบได้ไม่เกิน 90 วัน ซึ่งตามกฎระเบียบการสอบวินัยร้ายแรงใช้เวลาไม่เกิน 240 วัน อย่างไรก็ตามยืนยันว่างานนี้ไม่มีมวยล้ม ไม่มีใครมาวิ่งเต้น เพราะไม่มีประโยชน์อะไร จะต้องว่ากันไปตามความผิด และพยานหลักฐาน โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับเด็ก นักเรียน นักศึกษา และผู้มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการจะต้องมีคุณธรรมจริยธรรมและเป็นผู้นำแบบอย่างที่ดี
ด้าน พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ เผยความคืบหน้าล่าสุดทางพนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบปากคำพยาน ผู้เสียหาย ครบแล้ว พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะนี้ได้สรุปสำนวนส่งไปยังสำนักงานอัยการ จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยแจ้งข้อกล่าวหาคืออนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ทั้งนี้พนักงานสอบสวนยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานครบถ้วน แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากจะกระทบและมีผลกับคดี