สำนักงานประกันสังคม แจงการบริหารการลงทุนกองทุนประกันสังคมปี 60 ขณะนี้มีผลตอบแทนสะสมกว่า 5 แสนล้านบาท

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม แจงบริหารกองทุนประกันสังคมปี 60 ยอดผลตอบแทน จากการลงทุนสะสมจำนวนกว่า 5 แสนล้านบาท
เพิ่มความมั่นคงให้แก่กองทุนประกันสังคม เพิ่มสิทธิประโยชน์ ให้กับผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับค่าใช้จ่ายในการดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทั้งในปัจจุบันและในอนาคตนายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน แจงกรณี นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) สอบถามเรื่องการบริหารจัดการเงินกองทุนประกันสังคมว่า
โดยตัวเลข ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 กองทุนประกันสังคม มีเงินลงทุนสะสมทั้งสิ้น 1.6 ล้านล้านบาท
ประกอบด้วยเงินสมทบสะสมจากฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล จำนวน 1.13 ล้านล้านบาท
และผลตอบแทนจากการลงทุนสะสมจำนวน 490,885 ล้านบาท ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้บริหารกองทุนและสร้างผลตอบแทนสะสมอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้แก่กองทุนประกันสังคม สามารถรองรับค่าใช้จ่ายในการดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
นอกจากนี้ใช้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงชุดสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนมีสวัสดิการและมีคุณภาพการดำรงชีวิตที่ดี
โดยระหว่างปี 2558-2560 สำนักงานประกันสังคมได้เพิ่มประโยชน์การบริการทางการแพทย์ จำนวน 12 รายการ ดังนี้ 1. ปรับเงื่อนไขคุณสมบัติสถานพยาบาลที่ผ่าตัด ใส่เครื่องกระตุกไฟฟ้าอัตโนมัติเพื่อเพิ่มจำนวนสถานพยาบาล 2. เพิ่มวงเงินสำหรับการผ่าตัดเตรียมเส้นเลือดเพื่อการฟอกไตหรือวางท่อรับ-ส่งน้ำยาล้างช่องท้อง (เพิ่ม 10,000 บาท จากเดิม 20,000 บาท ต่อ 2 ปี) 3. เพิ่มการเข้าถึงยากระตุ้นเม็ดเลือดแดงในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายโดยเพิ่มรายการยาจากเดิม 9 รายการ เป็น 11 รายการ 4. เพิ่มการเข้าถึงยาของผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV/เอดส์ ในระยะแรกเพื่อให้ผู้ประกันตนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถทำงานและใช้ชีวิตเช่นคนปกติ 5. เพิ่มการเข้าถึงยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Stroke) และผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลับ (STEMI) โดยจ่ายค่ายาให้แก่สถานพยาบาล 6. การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทันตกรรมกรณี อุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน จากเดิม 600 บาท เป็น 900 บาทต่อคนต่อปี และให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษา ในสถานพยาบาลที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมโดยไม่ต้องสำรองเงินจ่าย 7. เพิ่มอัตราการผ่าตัดอวัยวะกระจกตา จากเดิม 25,000 บาท เป็น 50,000 บาท 8. ปรับปรุงรายการอุปกรณ์อวัยวะเทียม เพิ่มจาก 31 รายการ เป็น 95 รายการ โดยไม่ต้องสำรองจ่าย 9. เพิ่มสิทธิประโยชน์เงินทดแทนการขาดรายได้สำหรับผู้ประกันตนที่มีการสูญเสียอวัยวะตั้งแต่ ร้อยละ 35 ขึ้นไป จากเดิมตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป 10. การตรวจสุขภาพฟรีในสถานพยาบาลตามบัตรฯ 11. เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดให้ครอบคลุมทั้ง กรณีใช้เนื้อเยื่อของตนเองเนื้อเยื่อของพี่น้อง และเนื้อเยื่อของผู้บริจาค จาก 750,000 บาท เป็น 1,300,000 บาท
12. กรณีคลอดบุตร เพิ่มสิทธิจากการเบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง เป็นไม่จำกัดจำนวนเลขาธิการ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีรัฐบาลค้างจ่ายเงินสมทบนั้น เป็นการค้างจ่ายมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดก่อนๆ ซึ่งภายหลังรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ ได้ชำระเงินสมทบให้แก่กองทุนประกันสังคมมากกว่ารัฐบาลก่อนหน้านี้ทุกชุด
รวมทั้งได้ทยอยชำระเงินสมทบค้างชำระเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า..
กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม ไม่หยุดนิ่งในการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ เพิ่มค่าบริการทางการแพทย์ และให้ความคุ้มครองต่างๆกับผู้ประกันตน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาลในการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยรวมของประเทศอย่างยั่งยืน