แรงงานกัมพูชาขึ้นรถไฟกลับประเทศ
02 ก.ค. 2560 | wanchat

ที่จังหวัดสระแก้ว ตำรวจตรวจสอบขบวนรถไฟสาย กทม.-อรัญประเทศ ที่มีแรงงานผิดกฏหมายสัญชาติกัมพูชา โดยสารกลับประเทศ หนีโทษ กฏหมาย พ.ร.ก.แรงงานฉบับใหม่กับเต็มโบกี้รถไฟ
ข่าว
02 ก.ค. 2560 | wanchat

ที่จังหวัดสระแก้ว ตำรวจตรวจสอบขบวนรถไฟสาย กทม.-อรัญประเทศ ที่มีแรงงานผิดกฏหมายสัญชาติกัมพูชา โดยสารกลับประเทศ หนีโทษ กฏหมาย พ.ร.ก.แรงงานฉบับใหม่กับเต็มโบกี้รถไฟ
พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผู้กำกับ ตม.จว.สระแก้ว ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน ที่ 12 สนธิกำลังร่วมกันเข้าตรวจสอบขบวนรถไฟสาย กทม.-อรัญประเทศ ซึ่งออกเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพง เทียบท่าชานชาลาสถานีรถไฟอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่มีแรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากขึ้น สภาพที่เจ้าหน้าที่พบ โบกี้รถไฟสาย กทม.-อรัญประเทศ มีแรงงานชาวกัมพูชาทั้งนั่งและยืนอัดกันแน่นเต็มโบกี้รถไฟทั้ง 3 โบกี้ และยังมีกระเป๋าสัมภาระติดตัวมาด้วยจำนวนมาก
เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นพบ ว่า เป็นแรงงานชาวกัมพูชาหลบหนีเข้าเมือง ไม่มีเอกสารการเดินทางและเอกสารการขออนุญาติทำงานในประเทศไทย และต้องการเดินทางกลับประเทศกัมพูชา เพราะกลัวบทลงโทษ ใน พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวฉบับใหม่ฯจึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดลงมาตรวจสอบอย่างละเอียด
จากการสอบถามแรงงานชาวกัมพูชาส่วนใหญ่อ้างว่าลักลอบมาทำงานในประเทศไทยที่ กทม.,เขตปริมณฑล และ จ.ฉะเชิงเทรา และนายจ้างได้ให้หยุดงานแล้วให้เดินทางกลับกัมพูชา เพื่อไปทำพาสปอร์ตแรงงานแล้วจึงค่อยกลับมาทำงานใหม่ หากใครไม่สามารถทำพาสปอร์ตแรงงานได้ ก็จะไม่รับเข้าทำงานอีก โดยนายจ้างบอกว่ากลัวติดคุกและไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ
นอกจากนี้มีแรงงานกัมพูชาบางส่วนอ้างว่า นายจ้างแจ้งยกเลิกการจ้างแรงงานเขมรแล้ว ทำให้แรงงานชาวเขมรต้องเดินทางกลับบ้านเกิดเพราะไม่มีงานทำ โดยบอกอีกว่า ยังมีแรงงานเขมรอีกนับหมื่นๆคนเตรียมเดินทางกลับประเทศเพราะไม่มีพาสปอร์ตแรงงานกลัวถูกกวาดล้างจับกุม
ส่วนบริเวณแปลงนาตำบลท่าข้าม อ.อรัญประเทศ ก็เงียบเหงา มีชาวบ้านลงมาดำนาในแปลงนาละคนสองคน เพราะตั้งแต่ มีประกาศ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวฉบับใหม่ซึ่งมีโทษและค่าปรับที่รุนแรง ทำให้ชาวนาไม่กล้าจ้างแรงงานกัมพูชา มาช่วยทำนาเพราะกลัวถูกจับ และยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะทำนาเสร็จเพราะไม่มีแรงงานเขมร
เมื่อไปตรวจสอบตามร้านรับล้างอัดฉีดรถในเขต อ.อรัญประเทศ ซึ่งมีอยู่เกือบ 20 ร้าน และส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์จ้างแรงงานเขมร พบว่า ตกอยู่ในสภาพที่เงียบเหงามีรถมาล้าง แต่ไม่มีลูกจ้างล้างรถ ทำให้การทำงานล่าช้า ซึ่งผู้ประกอบการ บอกเหมือนกันเลยว่า ไม่กล้าจ้างแรงงานกัมพูชา เพราะกลัวถูกจับ จึงยกเลิกการจ้างให้แรงงานเขมรกลับบ้านไปหมดแล้ว รู้สึกสงสารแรงงาน เพราะกลับบ้านเกิดก็ไม่มีงานทำ หากเป็นอย่างนี้ต่อไป ตามหมู่บ้านชายแดนจะอันตรายมากเพราะจะเกิดเหตุโจรเขมรบุกเข้ามาจี้ชิงปล้นมากขึ้น