เนชั่นทีวี

ข่าว

"หมอนันทริกา" โพสต์วอนรัฐ แก้มลพิษในแม่น้ำอย่างจริงจัง เหมือนจัดการกับพวกแอบตกปลากระเบน

29 มิ.ย. 2560 | te

"หมอนันทริกา" โพสต์วอนรัฐ
แก้มลพิษในแม่น้ำอย่างจริงจัง เหมือนจัดการกับพวกแอบตกปลากระเบน

รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีกลุ่มนักท่องเที่ยวไปตกปลากระเบน ที่แม่น้ำแม่กลอง ในพื้นที่จ.สมุทรสงคราม โดยอ้างมีใบอนุญาตเพื่องานวิจัย ฯลฯ ส่งผลให้ ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำฯ ได้รับความเสียหาย เพราะมีการไปแอบอ้าง จนทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

ล่าสุด (29 มิ.ย.) คุณหมอนันทริกา ชันซื่อ ได้โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงระบุเป็นข้อๆ ดังนี้..
"สำหรับกรณีที่มีผู้ถูกจับกุมข้อหาจับกระเบนในแม่น้ำแม่กลอง และกล่าวอ้างว่าเป็นงานวิจัยของศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำจุฬา และมีการนำเอกสารใบอนุญาตเก่าจากเจ้าหน้าที่กรมประมงมาออกตามสื่อเพื่อก่อให้เกิดความเสียหายต่อศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬา นั้น ขอเรียนดังนี้
1. งานวิจัยกระเบนตามใบอนุญาตที่เอามาลงในสื่อได้จบลงเมื่อปี 2559 เป็นงานเก่า ที่สิ้นสุดแล้ว ทำจบแล้ว...
แต่ที่แปลกใจคือเอามาได้อย่างไร...เพื่ออะไร...ใบเก่าๆในตู้กรม
ปัจจุบันกำลังทำโครงการใหม่ดำเนินการประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานยังอยู่ในขั้นตอนการขอความคิดเห็นจากผู้ร่วมโครงการ
2.การตกปลาในวันที่ถูกจับนั้นทางศูนย์ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องในการจัดการ และไม่รู้จักฝรั่งหรือคนที่ไป
3. ทีมตกปลานั้นเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกับที่เคยช่วยงานวิจัยของศูนย์ และเป็นกลุ่มเดียวกับที่ช่วยงานอนุรักษ์กระเบนของจังหวัดมานาน ทั้งในงานประมงแห่งชาติของกรมประมงเมื่อหลายปีก่อน งานปล่อยกระเบนของอุทยาน ร.2 งานวันตกกุ้งของจังหวัดเมื่อไม่นานมานี้ และช่วยเหลือกระเบนในช่วงวิกฤตการณ์น้ำเสียในแม่น้ำแม่กลองเมื่อปีที่แล้ว เป็นทีมที่นำนักท่องเที่ยวมาตกปลาด้วย
4.ตามปกติทางศูนย์จะได้รับแจ้งจากกลุ่มนักตกปลา(ทุกแห่ง)ว่าได้ปลากระเบน แล้วนักวิจัยจะเดินทางไปขอวัดขนาด เก็บตัวอย่างและฝังไมโครชิพ โดยไม่ต้องจัดการตกปลาเอง
หากไปไม่ได้จะขอให้เขาวัดขนาดและขอปลายครีบขนาดเท่าปลายหัวไม้ขีดไฟมาเก็บดีเอ็นเอไว้
5.ภาพที่หมอถ่ายกับชาวต่างประเทศเป็นการถ่ายทำสารคดีที่ทาง film board ให้ไปช่วยทางวิชาการ ได้รับอนุญาตแล้ว และมีเจ้าหน้าท่ีของจังหวัดไปร่วมควบคุม เพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ซึ่งการจัดการดำเนินการทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับทางศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ
6. จากภาพที่เห็น การจับปลาเบนแบบรุนแรงและนำขึ้นมาจากน้ำในลักษณะนั้นเป็นการทรมานสัตว์ ไม่ควรทำอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับปลาที่มีความบอบบางที่ผิวด้านล่างอย่างกระเบน น่าสงสารมากค่ะ
7. ในการทำงานวิจัย เราจะมีกติกาว่าจะไม่ให้เหงือกปลาพ้นน้ำนอกจากจำเป็นจริงๆให้ใช้เวลาสั้นที่สุด และห้ามมีการร้อยเชือกผ่านช่องหายใจคล้ายสนตะพายควายเพื่อผูกไว้แบบที่คนพื้นบ้านนิยมทำ
ตาข่ายที่ใช้ช้อนปลาจะต้องไม่มีปม (Knotless) เราสั่งมาจาก ต่างประเทศ เพื่อไม่ให้ขูดผิวท้องปลา
ขอเบ็ดต้องเป็นแบบสลายได้ในสองสัปดาห์เผื่อมีการหลุดติดไปจะไม่ทำอันตรายต่อปลาแบบขอเบ็ดโลหะทั่วไป
การดึงและจับปลาต้องมีความนิ่มนวลเพื่อไม่ให้เกิดความเตรียดมากทำให้มีผลต่อค่าทางโลหิตวิทยา
เราจะให้วิตามินและยาป้องกันการติดเชื้อระยะยาวกับสัตว์ ทำงานให้เร็วที่สุดแล้วรีบปล่อยคืนแม่น้ำไป
ในช่วงกว่าสิบปี ทำมาประมาณ 250 ตัวในแม่น้ำหลายสายไม่เคยมีปัญหาการสูญเสีย และเราสามารถจับตัวเดิมได้หลายครั้ง ตรวจสอบจากไมโครชิพ พบว่ามีสุขภาพปกติ บางครั้งห่างกันถึง 8 ปี
8. งานอนุรักษ์และวิจัยกระเบนในประเทศไทยเริ่มต้นได้ เพราะบริษัทฟิชสยาม ซึ่งทำธุรกิจการตกปลาเป็นกีฬามาติดต่อขอให้หมอไปช่วยเนื่องจากไม่มีหน่วยงานใดสนใจ
เขาเกรงว่าจะหมดไป นักตกปลาปล่อยปลาคืนไปเพราะต้องการให้ปลาอยู่ในแม่น้ำเพื่อเขาจะได้มีรายได้ทุกวัน แตกต่างจากคนล่าปลาเพื่ออาหาร และการค้าปลาสวยงามท่ีต้องเอาออกไปจากแม่น้ำ และอาจรอด หรือตายตามโชคชะตา
9. ทางศูนย์ได้พยายามผลักดันให้มีกฏหมายที่คุ้มครองปลากระเบนมาตลอด โดยได้รับความกรุณาจากท่านประภาศ บุญยินดี อดีต ผวจ.สมุทรสงครามที่ออกประกาศจังหวัดให้ในปี 2553 และ ท่าน ชลทิศ สุรัสวดี อดีตอธิบดี ทช ที่ได้ช่วยนำเสนอและผลักดันจนสามารถผ่านการพิจารณาให้กลายเป็นสัตว์คุ้มครองภายใต้ พรบ ได้เมื่อปีที่แล้ว
10. ปัญหาการตายของปลากระเบนที่ร้ายแรงที่สุดคือมลพิษ ที่ยังไม่มีการแก้ไขเลย ตายไปเป็นร้อยตัว ก็เงียบสนิท
อยากให้หันมาจัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจังเหมือนกับท่ีจับกุมคนตกปลาบ้างค่ะ
ทุกวันนี้ทั้งปลาธรรมชาติและปลาในกระชังต้องลุ้นทุกวันว่าเมื่อไหร่ชะตาจะขาดใน
การเชื่อและลงสื่อต่างๆ ควรหาความจริงก่อนปรักปรำค่ะ"

ข่าวล่าสุด