ป่วน! มัลแวร์ค่าไถ่ตัวใหม่โจมตี "สหรัฐ-ยุโรป"
29 มิ.ย. 2560 | te

เกิดเหตุการณ์มัลแวร์โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะในยุโรป ทำให้การดำเนินงานของทั้งภาครัฐและเอกชนในหลายประเทศหยุดชะงัก ด้านผู้เชี่ยวชาญคาดเป็นมัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัวใหม่
ข่าว
29 มิ.ย. 2560 | te

เกิดเหตุการณ์มัลแวร์โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะในยุโรป ทำให้การดำเนินงานของทั้งภาครัฐและเอกชนในหลายประเทศหยุดชะงัก ด้านผู้เชี่ยวชาญคาดเป็นมัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัวใหม่
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า บริษัทและองค์กรต่างๆ ในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐ ประสบปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัวใหม่ที่ยังไม่เคยพบเห็นมาก่อน โดยมัลแวร์ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์หยุดทำงาน และเรียกร้องค่าไถ่เพื่อปลดล็อกไฟล์ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสไว้ เป็นเงินจำนวน 300 ดอลลาร์ หรือราว 9,852 บาทในรูปของเงินบิตคอยน์
ด้านบริษัทแคสเปอร์สกี แล็บ ผู้ผลิตซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสแจ้งว่า พบการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่นี้ถึง 2,000 ครั้งในหลายประเทศ โดยเฉพาะในยูเครน รัสเซีย และโปแลนด์ โดยบริษัทตั้งชื่อมัลแวร์ตัวนี้ว่า "น็อตเพตยา" (NotPetya) เนื่องจากพบว่าเป็นมัลแวร์ใหม่ที่ไม่ใช่มัลแวร์ "เพตยา" (Petya) หรือ "เพตแร็ป" (Petrwrap) ซึ่งถูกพบเมื่อปีที่แล้ว แม้จะมีลักษณะคล้ายกันก็ตาม
ในการโจมตีไซเบอร์รอบล่าสุดนี้ ยูเครนเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยระบบปฏิบัติการของธนาคารกลาง รัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน รวมทั้งสนามบินหลักและระบบรถไฟใต้ดินต่างขัดข้อง ส่วนการจับตาตรวจสอบระดับกัมมันตรังสีที่โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์เชอร์โนบิลก็ประสบปัญหาเนื่องจากมัลแวร์นี้เช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า พบการโจมตีของมัลแวร์ดังกล่าวในอิตาลี สเปน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สหราชอาณาจักร และสหรัฐด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังไม่ทราบว่ามัลแวร์เรียกค่าไถ่นี้มาจากบุคคลหรือกลุ่มใด แต่คาดว่ามัลแวร์ตัวนี้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ในการเข้าโจมตีระบบของบริษัทและองค์กรต่างๆ เช่นเดียวกับมัลแวร์เรียกค่าไถ่ "วอนนาคราย" (WannaCry) ที่ออกโจมตีไปทั่วโลกเมื่อเดือนที่แล้ว