รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว บอกหลังการประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเพื่อหารือถึงท่าที ต่อการคงอันดับเทียร์ 2 สถานการณ์ค้ามนุษย์ ว่า ทำดีที่สุดแล้ว โดยรัฐบาลได้กำหนดนโยบายให้การป้องกัน ปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ ในปีที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามดำเนินการ เพื่อขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด "ประชารัฐ ร่วมใจ ต้านภัยการค้ามนุษย์ แต่จากข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ในการแก้สถานการณ์การค้ามนุษย์ ของสหรัฐซึ่งปีนี้มี 11 ข้อเช่น ต้องให้ความสำคัญกับการสอบสวนและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ตัดสินและลงโทษเจ้าหน้าที่ดังกล่าวหากพบการกระทำผิด และพิพากษาลงโทษอย่างเด็ดขาด เพิ่มความพยายามในการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งกลุ่มผู้อพยพ ลูกเรือประมง กลุ่มบุคคลไร้รัฐ กลุ่มเด็ก และกลุ่มผู้ลี้ภัยพล.ต.อ. อดุลย์ ระบุว่า จากการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ ในปี2559 มีการดำเนินคดีการค้ามนุษย์333 คดี ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐ54 ราย ยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดได้มากที่สุด 784 ล้านบาท ส่วนด้านการคุ้มครองมีการพัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือให้ได้มาตรฐานสากล ช่วยเหลือผู้เสียหายทั้งคนไทย คนต่างชาติ รวม 561 คน มีผู้เสียหายทำงานทั้งใน และ นอกสถานคุ้มครอง 196 คน ( จากเดิมปี58 จำนวน 47 คน)
ด้านการป้องกันมีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว จัดระเบียบเรือประมง สถานบริการ จัดระเบียบขอทาน ป้องกันกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ ยืนยันว่า ไม่ว่าไทยจะถูกจัดอยู่ในระดับใด รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะยังมุ่งมั่นดำเนินงานและให้การคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน มนุษยธรรม และให้คุณค่า ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และ บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ดำเนินงานด้านการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น