"ในส่วนของการติดตามเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดิน และสิทธิ์ในการครอบครองไม้พะยูง ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามนั้น ได้มอบหมายให้ผู้นำชุมชน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฯ ช่วยประสานธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งที่ดินแปลงนี้ยังติดจำนองอยู่เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาให้กับเจ้าของบ้านโดยเร็วและให้ความกระจ่างกับทั้งเจ้าของบ้านและส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้สังคมกำลังจับตามองว่าจะหาข้อยุติอย่างไร"นายสุวิทย์ กล่าว
ด้านนางหนึ่งฤทัย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุไม้พะยูงล้มทับบ้าน รู้สึกหวาดกลัวอันตรายจากถูกไม้ทับเสียชีวิตยังไม่พอ ยังมารู้สึกกลัวความผิด เนื่องจากรู้ว่าไม้พะยูงเป็นไม้หวงห้าม ถ้าไปตัดหรือเคลื่อนย้ายจะถูกจับจึงไม่กล้าจะทำการใดๆ นอกจากไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากโฉนดที่ดินติดภาระจำนอง และเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาไปติดต่อกับหน่วยงานราชการไม่สะดวก จึงไม่ได้ติดตามผลและเกิดเป็นเรื่องราว
อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ ทั้งในส่วนของการเก็บกู้ไม้พะยูงออกจากการทับหลังคาบ้าน ช่วยซ่อมแซมบ้านให้ใหม่ และกำลังใจจากหลายๆ ฝ่าย ส่วนการที่จะนำเอกสารที่ดินมาอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของไม้พะยูง หรือจะจัดการอย่างไรกับไม้พะยูงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำไปเก็บรักษานั้น ก็ขึ้นอยู่กับระเบียบที่ทางราชการจะดำเนินการตนขอเพียงให้ได้กลับมาอยู่ที่บ้านหลังเดิมก็มีความสุขแล้ว