เมื่อช่วงสาย รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย วิษณุ เครืองาม นัดประชุมกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. เพื่อแก้ปัญหาทุจริตเงินอุดหนุนวัด หรือ คดีเงินทอน โดยรองนายกฯ วิษณุ บอกว่า พศ.จะเข้าชี้แจงรายละเอียดที่เกิดขึ้น ว่าดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว เพราะขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอะไร ส่วนจะมีการออกกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาหรือไม่ ต้องกลับไปคิดอีกครั้ง หลังหารือกับ พศ.
มีข้อมูลจากปปช. พบว่า คณะทำงานนำสำนวนการตรวจสอบกรณีการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัด จำนวน 5 คดี ประกอบด้วย สำนวนคดี จ.อำนาจเจริญ 3 คดี จ.พระนครศรีอยุธยา 1 คดี จ.ลำพูน 1 คดี จำนวน 6 แฟ้มเอกสาร มามอบให้คณะกรรมการป.ป.ช. นอกจากนี้แล้วยังได้ตรวจสอบทั้งหมด 30 วัดทั่วประเทศ และตั้งเป้าจะตรวจให้ได้ 400 วัดทั่วประเทศ
จากการสอบสวนเบื้องต้นพิจารณาได้ว่าผู้กระทำผิดที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว จำนวน 9 คน แต่ยังไม่รับทราบข้อกล่าวหาจำนวน 4 คน คือ อดีตราชการ 1 คนพลเรือน 3 คนในฐานความผิดทุจริต ยักยอกเงินราชการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฐานความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 147 และ 157
โดยพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ ใช้โมเดลคล้ายกันหมด คือ ให้เจ้าหน้าที่สอบถามวัดว่าต้องการเงินปฏิสังขรณ์หรือไม่ หลังจากนั้นจะโอนเงินให้โดยเกินไปหลายล้านบาท ก่อนที่จะให้วัดถอนเป็นเงินสดมาคืน หรือโอนเงินคืนเข้าบัญชีคนใกล้ชิด
ป.ป.ช. ได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ขณะนี้มีทั้งหมด 9 ราย และเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 5 ราย คือ นายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ สำนักพุทธฯ นางณัฐฐาวดี ตันตยาวิสารสุทธิ์ , นายฐานพัฒน์ ม่วงทอง , นายศิวโรจน์ ปิยะรัตน์เสรี , พระสุทธิพงษ์ สุทธิวังโส
ยังมีอีก 4 ราย ที่ยังไม่มารับทราบข้อกล่าวหา ได้แก่ นายนพรัตน์ เบญวัฒนานันท์ อดีต ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ , นางประนอม คงพิกุล รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ , น.ส.อุบล ดิษฐ์ด้วง , นางชมพูนุท จันฤาไชย
นอกจากนี้ยังมี อีกอย่างน้อย 60-70 สำนวน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.สงขลา จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.สตูล มีลักษณะเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกระทำความผิด โดยมีความเสียหายรวมกว่า 90 ล้านบาท
เลขาธิการป.ป.ช. สรรเสริญ พลเจียก บอกว่า 27 มิ.ย.นี้ ปปช.จะนัดประชุม ก่อน จะมีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงการทุจริตเงินอุดหนุน ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลเพียงพอแล้วที่จะดำเนินคดีได้