โดย แกนนำกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ นายนิมิต เทียนอุดม กล่าวว่ามี 3 เงื่อนไขในการเข้าร่วมเวที คือ
1) พรุ่งนี้ต้องคุยไม่มีทหารคอยกำลับ ต้องไม่พูดคุยท่ามกลางสถานการณ์สู้รบ และจะมีตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมจำนวน 18 คน ซึ่งหากมีทหารคอยคุมจะเดินออกทันที
2) พรุ่งนี้ต้องไม่ใช่การปิดห้องคุยเพื่อรวบรัดประเด็น คาดหวังว่าจะได้ประเด็นเห็นต่าง ประเด็นเห็นร่วม และ ข้อเสนอแนะเพื่อปฏิรูประบบสุขภาพที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย และ
3) กระบวนหลังวันพรุ่งนี้ รัฐบาล ต้องไม่เร่ง นำร่างกำหมาย เข้าคณะกรรมแก้ไขหมาย ถ้ายังมีเรื่องที่เห็นต่างกันอยู่ หลังจากนี้ให้ใช้
กระบวนการสมัชชาสุขภาพ เปิดประชุมวาระพิเศษ ถกเถียงให้ได้ข้อสรุปรายมาตรา ที่มีประเด็นเห็นต่างกัน
ด้านเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ในฐานะผู้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น กล่าวว่า พรุ่งนี้ยังคงเดินหน้าจัดเวทีปรึกษาสาธารณะเช่นเดิน เท่าที่ได้คุยกับเค้าตัวแทนภาคประชาชนที่มาเดินทางมาพบในวันนี้ก็เป็นเรื่องที่สร้างสรรรค
ส่วนกรณีข้อเสนอให้นำประเด็นแก้กฎหมายที่ยังมีความเห็นต่างค่อนข้างสูงกระบวนการสมัชชาสุขภาพ นั้นยอมรับว่าอาจใช้ระยะเวลานาน 6 เดือน ถึง 1 ปี
เพราะความเห็นต่างที่ต้องคุย ไม่สามารถจะคุยพบในครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน สามารถเสนอประเด็นเข้าสู่กระบวนสมัชชาสุขภาพได้โดยทำเป็นหนังสือทางการ
แต่ในนามของผู้จัดเวทีรับฟังความเห็นร่างกฎหมายบัตรทอง ต้องสรุปรายงานส่งคณะกรรมแก้ไขกฎหมายตามกำหนดในวันที่ 30 มิถุนายนนี้