เนชั่นทีวี

ข่าว

ดีเอสไอ ปราบสวมสิทธิ์ สวนป่าแม่ฮ่องสอน โค่นสัก 8 พันไร่

19 มิ.ย. 2560 | nation_ent

ดีเอสไอ ปราบสวมสิทธิ์
สวนป่าแม่ฮ่องสอน โค่นสัก 8 พันไร่

ดีเอสไอ กรมป่าไม้ ตรวจสอบขบวนการตัดไม้ทำลายป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบการลักลอบตัดไม้รูปแบบใหม่ ด้วยการปลอมเอกสารสิทธิ์หรือออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า


 นำไปขึ้นทะเบียนสวนป่า เพื่อขอตัดไม้สักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ และในพื้นที่แม่ฮ่องสอนมีการขึ้นทะเบียนสวนป่า 444 แห่ง 7,849-2-40 ตารางวา จำนวนต้นสัก 816,786 ต้น
ที่จ.แม่ฮ่องสอน วันที่ 20 มิ.ย.กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ปฏิบัติการตามคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สุวพันธ์ ตันยุวัฒนะ ให้สืบสวน กรณีมีผู้ให้ข้อมูลขบวนการตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปลี่ยนรูปแบบ วิธีการกระทำความผิด ซับซ้อนขึ้น โดยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่รัฐบางคน ขึ้นทะเบียนสวนป่า 444 แห่ง 7,849-2-40 ตารางวา ตัดต้น 816,786 ต้น
รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล เปิดเผยว่า จากสอบสวน ขบวนการนี้ เริ่มจากหาต้นไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ในขนาดที่ต้องการ ไม่ว่าจะอยู่ในที่ดินเอกชน และบางส่วนมีเอกสารสิทธิในพื้นที่ป่าไม้ แล้วออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จากนั้นไปขอขึ้นทะเบียนที่ดินว่าเป็น "สวนป่า" เพื่อตัดต้นไม้ดังกล่าว 
ดีเอสไอ ใช้เวลาสืบสวน ลงพื้นที่หาข่าว จบได้ข้อมูลในราย "นางทองใส  ญาณวุฒิ" เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2545 นำโฉนดเลขที่ 758 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื้อที่ 8 ไร่เศษไปยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสวนป่า ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนในฐานะนายทะเบียนที่ดินสวนป่า แต่ต่อมานางทองใส ขอถอนคำร้อง และยื่นคำขอขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่าอีกครั้งเป็นรอบที่สอง และผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ โดยยังไม่รับขึ้นทะเบียน 
พ.ต.ท.ประวุธ เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 กรมป่าไม้ ส่งทีมเข้าตรวจสอบพื้นที่ เนื่องจากนางทองใส ขออนุญาตทำไม้สักออก ผลปรากฎว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งซ้ายทั้งแปลง กรมป่าไม้ จึงสั่งการให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ตรวจสอบข้อเท็จจริง ผลคือ ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงส่งเรื่องให้กรมที่ดินตรวจสอบ 
ส่วนสำนักงานที่ดินจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ตรวจสอบเช่นกัน และพบว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 758 ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงส่งเรื่องให้กรมที่ดินพิจารณาดำเนินการเพิกถอน ซึ่งต่อมาอธิบดีกรมที่ดิน มีคำสั่งลงวันที่ 29 ก.ย. 2558ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าว และผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีคำสั่งไม่รับขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า และดีเอสไอ มีหนังสือแจ้งข้อมูลไปยังกรมป่าไม้ ดำเนินคดีผู้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
ดีเอสไอ ยังตรวจสอบกรณี นายวิสุทธิ์ บุรุษภักดี นำเอกสารหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวม 14  แปลง รวมเนื้อที่ 391 ไร่ มาขอจดทะเบียนสวนป่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2536 มีไม้ที่ขอขึ้นทะเบียน 156,200  ต้น และผู้ว่าราชการจ.แม่ฮ่องสอน รับขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2537
แต่จากการสืบสวน ดีเอสไอ พบว่า พื้นที่มีการขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่า อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย 10แปลง เนื้อที่ 278ไร่ ครอบคลุมไม้ 111,100 ต้น และอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ 4 แปลง เนื้อที่ 112ไร่ และสำนักงานที่ดินอำเภอขุนยวม ไม่พบเอกสารที่เป็นสารบบที่ดินทั้ง 14 แปลง และยังพบว่า ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2538 คดีอัยการ เป็นโจทก์ ฟ้องนายชาติชาย ศรีชนบท จำเลย พิพากษาว่า น.ส.3 ก. เลขที่ 524 ต.เมืองปอน เป็นเอกสารปลอม และวันที่ 23 ธ.ค. 2546 พิพากษาว่า น.ส.3 ก. อีก 12 แปลง เป็นเอกสารปลอม ปัจจุบันพบว่า ยังไม่มีการเพิกถอนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่าทั้ง 13 แปลง 
พ.ต.ท.ประวุธ บอกว่า กรณีนี้ ดีเอสไอ พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความผิดทางอาญาที่มีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงทรัพยากรธรรมชาติของประเทศชาติและความมั่นคงของประเทศ อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง จึงอนุมัติให้รับกรณีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน
 กรณีที่สาม การขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า รายนางจตุพร กวีวัฒน์ โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ให้ข้อมูลว่าเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2552 กรมป่าไม้ รวจสอบพบข้อสังเกตว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2555 นางจตุพร  นำโฉนดที่ดินเลขที่ 8436 มาเป็นหลักฐานการขอขึ้นทะเบียน อ้างว่าเนื้อที่ 1 ไร่ มีไม้สักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ 11 ต้น อายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ในขณะที่โฉนดที่ดิน ออกเมื่อวันที่ 16  มกราคม 2552 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชตรวจสอบแล้วปรากฏว่า โฉนดที่ดินเลขที่ 8436 อยู่ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปายทั้งแปลง  ต่อมา วันที่ 22 สิงหาคม 2555 ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกหนังสือรับรองการแจ้งตัดหรือโค่นไม้ที่ได้จากการทำสวนป่าให้แก่นางจตุพร  แต่วันที่ 10 กันยายน 2557 สำนักงานที่ดินจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีหนังสือแจ้งว่าการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย 
พ.ต.ท.ประวุธ บอกว่า พื้นที่แม่ฮ่องสอนมีการขึ้นทะเบียนสวนป่า 444 แห่ง เนื้อที่ 7,849 ไร่ จำนวนต้นสักที่ต้องถูกโค่น 816,786 ต้น

ข่าวล่าสุด