ผู้บังคับการ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา เปิดเผยเรื่องคดีการทุจริตเงินทอนวัดว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบวัด ที่ได้รับงบประมาณในกองทุนอุดหนุนปฏิสังขรณ์วัด 3 ปีย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2556 ทั้งหมดรวม 500 กว่าวัด ตรวจสอบไปแล้ว 30 วัด พบการกระทำผิด 12 วัด สร้างความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 10 คน เป็นเจ้าหน้าที่ราชการ 3 คน เจ้าหน้าที่สำนักพุทธ 2 คน เจ้าอาวาส 1 รูป อดีตข้าราชการ 2 คน ที่เหลือคือประชาชน ที่ร่วมกระทำความผิด ล่าสุดได้แจ้งขอหาไปแล้ว 5 คน
พนักงานสอบสวนจะทำการส่งสำนวนให้ ปปช. เพื่อพิจารณา ตามความผิดดังนี้ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษา ทรัพย์สินใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือของผู้อื่น ผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 147 พนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความสียหายแก่ผู้ในผู้หนึ่ง ผิดมาตรา 157 ส่วนใครที่เป็นเจ้าพนักงานที่ไม่ได้มีหน้าที่อนุมัติ จะเป็นผู้สนับสนุนก็จะมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 86 คือ เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด
ขณะนี้ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ได้ส่งสำนวนไปที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)โดย ปปช. มีอำนาจในการสอบสวนทั้งหมด ถ้า ปปช. ทำสำนวนเอง จะมีหน้าที่ในการออกหมายเรียก ออกหมายจับ
โดยวันอังคารที่ 20 มิถุนายน 2560 จะมีการประชุมร่วม เป็นโครงการพัฒนาองค์กรเครือข่ายการต่อต้านการทุจริต ที่ บก.ปปป โดยมีองค์กรที่ร่วมประชุมทั้งหมด 7 องค์กร ประกอบด้วย
1.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)2.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) 3.สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)4.กรมสรรพากร5.กรมบัญชีกลาง6.กองทัพภาคที่ 17.เจ้าหน้าที่ตำรวจ