ซึ่งในการเจรจาครั้งแรกจะรับฟ้งว่าทาง คิงส์เกต มีท่าทีและต้องการให้รัฐบาลไทยทำอย่างไร จากนั้นก็กำหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณา เพื่อจะให้เรื่องจบลงก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการส่วนจะต้องผลตรวจสอบข้อเท็จจริงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพให้เสร็จก่อนจึงจะพิจารณากรณีของบริษัทอัคราฯ หรือไม่นั้น อยู่ที่มติของคณะผู้แทนเจรจาว่าจะดำเนินการอย่างไร
"ในการเจรจาจะรับฟ้งปัญหาต่างๆของ คิงส์เกต เพื่อนำมาเป็นโจทย์ว่ารัฐบาลสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง รวมทั้งการเจรจาค่าเสียหายจากการปิดทำการเหมือง ซึ่งหากเปิดดำเนินงานใหม่จะต้องเสียเงินหลายร้อยล้านบาทในการเซ็ตอัพเครื่องจักรใหม่ทั้งหมด และค่าเสียหายในระหว่างที่ไม่ได้ดำเนินงาน รวมทั้งจะนำข้อกำหนดของนโยบายแร่ฉบับใหม่ที่เข้มงวดขึ้นมาหารือด้วย ซึ่งหากการเจรจาประสบผลสำเร็จก็ไม่ต้องเข้าอนุญาโตตุลาการ หากไม่สำเร็จ คิงส์เกต ก็จะต้องส่งเรื่องไปให้อนุญาโตตุลาการตัดสิน"
"นายสมบูรณ์ ยินดียั่งยืน" อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่าจากการรายงานผลตรวจสอบข้อเท็จจริงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กรณีการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ ของบริษัทอัครา ไมนิ่ง จำกัด(มหาชน) ซึ่งขณะนี้มีรายงานผลสรุปด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว โดยสรุปว่าไม่สามารถสรุปผลได้ เนื่องจาก ฐานข้อมูลแต่ละหน่วยงาน จัดทำแตกต่างกัน จึงไม่สามารถนำตัวเลขต่างๆมาสรุปผลได้
สำหรับปัญหาเรื่องสารโลหะหนักนั้น "นายสมบูรณ์" กล่าวว่าพบว่ามีสารโลหะหนัก แต่ผลสรุปไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเกิดจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำหรือไม่ ขณะที่รายงานผลกระทบด้านสุขภาพ ยังรอคณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุข เป็นเจ้าภาพหลักในการตรวจสอบ ซึ่ง คนร. จะเร่งรัดการทำงานให้เร็วที่สุด