ความคืบหน้าในการติดตามการแก้ไขปัญหาภายในวัดวังตะวันตกจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายหลังจากการฆาตกรรมสามเณรปลื้ม หรือศุภโชค เอกเกียรติกุล แล้วฝังไว้หน้าหอไตรเป็นเวลา 5 เดือนก่อนที่จะมีการขุดพบจนนำไปสู่การชำระวัดครั้งใหญ่ ขณะที่พระราชปริยัติเวที เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แต่งตั้งให้พระครูพรหมเขตคณารักษ์ เป็นเจ้าอานวาสรูปใหม่ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามได้มีนักธุรกิจรายใหญ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แจ้งให้นายสมเดช แสงสุริย์วงศ์ ที่มีความกล้าจะเปิดเผยข้อมูล เป็นตัวแทนออกมาเปิดเผยกับข้อมูลว่า นักธุรกิจรายนี้ได้เก็บเงินกว่า 1 ล้านบาทซึ่งเป็นยอดเงินที่ได้จากการทอดกฐินเมื่อปลายปี 2559 ถูกเก็บไว้ในบัญชีแยกต่างหากเนื่องจากรู้ว่าหากส่งให้วัดไปเงินจำนวนนี้จะไม่เหลือ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้วนายสมเดช ระบุว่าเป็นโชคดีของวัดที่เงินจำนวนนี้ยังคงอยู่ที่สามารถนำพามาพัฒนาวัดได้ และเขาแปลกใจว่าเงินจำนวน 40ล้านบาทที่มีอยู่ก่อนนางสาวปิยฉัตร และพวกจะเข้ามารจัดการวัดถูกเบิกจ่ายไปได้อย่างไร ทั้งตราเจ้าอาวาสไปอยู่ที่นางสาวปิยฉัตร ลายเซ็นเป็นของพระเทพสิริโสภณ หรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าหากเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในส่วนของยักยอกทรัพย์นั้นพระเทพสิริโสภณ อาจกลายเป็นผู้ต้องหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ด้วยซึ่งขอให้เจ้าหน้าทีดำเนินการให้ถึงที่สุดชาวบ้านทุกคนขอเป็นกำลังใจ
นอกจากนั้นยังมีข้อมูลอีกว่าในวันที่ นางสาวปิยฉัตร และนายเด่นชัยถูกคุมตัวอยู่ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้มีบุคคลซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นลูกน้องของสาวปิยฉัตรและนายเด่นชัยไปเบิกเงินจากบัญชีของวัดกับธนาคารแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับวัดไปหลายแสนบาทจนเหลือเพียงหลักร้อยบาท ซึ่งเป็นหนึ่งใน 26 บัญชี ที่ปัจจุบันเงินแทบไม่เหลืออยู่เลย
ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยภาพเหตุการณ์หลังจากที่มีการฆาตกรรมสามเณรปลื้มเพียง 2 สัปดาห์นางสาวปิยฉัตรได้ชักชวนเพื่อนหลายคนเช่าเหมารถตู้ไปเที่ยวฉลองยังจังหวัดกาญจนบุรี และมีภาพที่นายเด่นชัย ได้อุปสมบทหลังจากฆาตกรรมสามเณรปลื้มแล้ว โดยนายสมเดชระบุว่าไม่มีคนมาร่วมในพิธี นางสาวปิยฉัตรได้ไปขอให้ผู้ประกอบการแผงพระหลายแผงมามาร่วมกันแห่นาค./