พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ประมาณต้นเดือน พ.ค.60 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้รับการ ร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีกลุ่มนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หมู่เกาะระ - เกาะ พระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้รับคำสั่งให้บูรณาการกำลัง เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ หากพบการกระทำความผิดให้มีการสืบสวน ปราบปรามจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ปฏิบัติการโดยใช้การบินสำรวจโดยอากาศยาน ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าและป่าสงวนแห่งชาติ หมู่เกาะระ-เกาะพระทอง จากการบินตรวจสอบพื้นที่ พบว่ามีการกระทำความผิดจริงในจุดพิกัด จำนวน 16จุด คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 954 ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และตำรวจภูธร จ.พังงา ออกสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเบื้องต้นทราบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มนายทุนที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่น เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น และได้มีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.คุระบุรี ให้ดำเนินคดี และพนักงานสอบสวน สภ.คุระบุรี ได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนเป็นที่แน่ชัดและเชื่อได้ว่า นายโสภณ ชลธี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 305 หมู่12 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา เป็นผู้ร่วมกระทำความผิด บุกรุกพื้นที่แปลงที่13 จำนวน 282 ไร่
จึงได้ขออนุมัติออกหมายจับต่อศาลจังหวัดตะกั่วป่า และศาลได้อนุมัติหมายจับ เป็นที่เรียบร้อย ตามหมายจับเลขที่ 31/60 ลงวันที่ 9 มิ.ย.60 ในความผิดฐาน "ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทาลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครอง ป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครอง รวมตลอดถึงการ ก่อสร้างหรือเผาป่า กระทำด้วยประการใดให้เป็นการทาลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทรายในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้าม ในราชกิจจานุเบกษา หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่ง ใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต,ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่ อาศัยในที่ดิน ก่อสร้างแผ้วถาง เผาป่า ทาไม้เก็บหาของป่า หรือกระทาด้วยประการใดๆอันเป็น การเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวมาดาเนินคดี ส่วนกระทำความผิดในที่ดินแปลงที่เหลือ สั่งให้เร่งพิสูจน์ทราบตัวบุคคผู้กระทำความผิด จากเอกสารของทางราชการที่ได้มีการสารวจรายชื่อไว้แล้วในการยื่นขอสิทธิทำกิน (สทก.) และจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป