พรรคอนุรักษ์นิยมของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ สามารถกวาดที่นั่งได้ 313 ที่นั่งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 650 ที่นั่งเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งลดลงจากปัจจุบัน 331 ที่นั่ง และเป็นไปตามคาดการณ์ของผลเอ็กซิตโพลล์ที่ออกมาหลังปิดลงคะแนนเมื่อคืนวานว่า พรรครัฐบาลจะได้เพียง 314 ที่นั่ง และไม่ถึงครึ่งหนึ่งหรือ 326 ที่นั่งที่จะทำให้ครองเสียงข้างมากในสภา
ขณะที่พรรคแรงงานของเจเรมี คอร์บิน ได้ 260 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมี 225 ที่นั่ง ส่วนพรรคชาติสกอตได้ 34 ที่นั่ง พรรคเสรีประชาธิปไตย 12 ที่นั่ง พรรคสหภาพประชาธิปไตย 10 ที่นั่งและพรรคอื่นๆ 13 ที่นั่ง และยังเหลืออีก 8 ที่นังที่ยังไมทราบผล
เมย์ตัดสินใจประกาศเมื่อ 18 เม.ย.ให้จัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดเพื่อหวังได้เสียงสนับสนุนจากประชาชนเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความชอบธรรมในการเดินหน้ากระบวนการเจรจาออกจากสหภาพยุโรปหรือเบร็กซิตด้วยความมั่น่ใจว่าจะได้เสียงในสภามากขึ้น แต่ปรากฏว่ากลับทำให้ประเทศตกอยู่ในภาวะที่ไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากเด็ดขาด
พรรคแรงงานภายใต้การนำของนายเจเรมี คอร์บิน ที่ช่วงแรกมีคะแนนนิยมตามหลัง พรรคอนุรักษ์นิยม สามารถมีคะแนนนิยมตีตื้นขึ้นจนสามารถกวาดที่นั่งในสภาได้เพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์ มองว่า คอร์บินสามารถท้าทายเสียงปรามาสของนักวิจารณ์ด้วยนโยบายที่ชัดเจน และเรียกคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิออกเสียงวัยหนุ่มสาวและทำให้คนที่ไม่เคยใช้สิทธิเลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิได้
นอกจากนี้โฆษกของอดีตนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ของพรรคแรงงาน บอกว่า ผลเลือกตั้งสะท้อนว่าชาวอังกฤษไม่ต้องการเมย์ และการออกจากสหภาพยุโรปแบบสิ้นเชิง
ก่อนหน้านี้ชาวอังกฤษก็ต้องตกใจกับผลประชามติเมื่อกลางปีที่แล้วที่ 52% ออกเสียงให้ออกจากอียู
และผลเลือกตั้งสร้างความประหลาดใจอย่างมากเมื่อพรรคแรงงานที่สนับสนุนการออกจากอียู ได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้นในกรุงลอนดอน ที่ออกเสียงท่วมท้นให้อยู่ในอียูต่อไป และพรรคเสรีประชาธิปไตย ที่สนับสนุนอยู่ในอียู และหาเสียงว่าจะจัดประชามติเบร็กซิตรอบสองเพื่อให้อังกฤษอยู่ในอียูได้ต่อไป จะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นจากพื้นที่ที่สนับสนุนการอยู่ในอียู