เนชั่นทีวี

ข่าว

Theresa May ตกที่นั่งลำบาก หลังผลการเลือกตั้งทั่วไป ไม่เป็นไปตามคาดหวัง

09 มิ.ย. 2560 | te

Theresa May ตกที่นั่งลำบาก
หลังผลการเลือกตั้งทั่วไป ไม่เป็นไปตามคาดหวัง

อนาคต Theresa May ตกที่นั่งลำบาก ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ Hung Parliament ที่ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากในสภาที่จะจัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียว รวมทั้งอาจจะทำให้รัฐบาลต้องลาออกเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งหรือไม่ หลังผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนไม่เป็นไปตามที่คาดหวังว่ารัฐบาลจะได้รับเสียงเบ็ดเสร็จในการบริหารประเทศในอนาคตเพื่อนำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปตามมติของ Brexit รวมถึงมาตรการจัดการกลุ่มก่อการร้ายในประเทศ

หลังจากที่ผล Exit Poll ระบุว่าพรรคอนุรักษ์นิยมที่จัดตั้งรัฐบาลอยู่นั้นจะได้เพียง 314 ที่นั่ง ลดลง 17 ที่นั่งจากการเลือกตั้งครั้งก่อนปี 2015 ที่ได้ 331 ที่นั่ง ซึ่งได้ไม่ถึงครี่งหนึ่งคือ 326 ที่นั่ง ที่จะจัดตั้งรัฐบาลเสีนงข้างมากได้ ส่วนพรรคแรงงานที่เป็นพรรคฝ่ายค้านได้ 266 ที่นั่ง ได้เพิ่มขึ้น 34 ที่นั่ง
ทำให้เงินปอนด์ดิ่งลงจากระดับ 1.2950 ดอลลาร์มาอยู่ที่ 1.2740 ดอลลาร์ โดยเงินปอนด์ยังคงอ่อนค่านับตั้งแต่ช่วงก่อน Brexit อยู่ที่ระดับ 1.4877 ดอลลาร์ โดยตลาดคาดว่าค่าเงินปอนด์มีโอกาสเคลื่อนไหวในระดับ 1.2500-1.2900 ดอลลาร์ในปีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง

1.คนอังกฤษกว่า 40 ล้านคนหรือ 63% ของจำนวนผู้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนท่ามกลางมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แต่แล้วผลเลือกตั้งกลับไม่เป็นที่คาดหวังของพรรคอนุรักษ์นิยมที่เป็นรัฐบาลในขณะนี้ ซึ่งพรรคอนุรักษ์จะสูญเสียที่นั่งเพิ่มขึ้นโดยได้ไม่ถึงครี่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมด 650 ที่นั่ง โดยผล Exit Poll ที่จัดทำโดย BBC, ITV และ Skynews ระบุพรรคอนุรักษ์นิยมจะได้เพียง 314 ที่นั่ง ลดลงถึง 17 มรานั่งจากการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2015 ที่ได้ 331 ที่นั่ง โดยได้ไม่ถึงครี่งหนึ่งหรือ 326 ที่นั่ง ที่จะจัดตั้งรัฐบาลเสีนงข้างมากได้ ส่วนพรรคแรงงานที่เป็นพรรคฝ่ายค้านได้ 266 ที่นั่งเพิ่มขึ้นจากเดิม 34 ที่นั่ง
จนสื่ออังกฤษเรียกว่าจะเป็น Hung Parliament ที่ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากในสภาที่จะจัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit อย่างที่ Theresa May ต้องการให้รัฐบาลมีเสียงเบ็ดเสร็จในสภาที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น รวมถึงภัยก่อการร้ายในประเทศที่ตึงเครียดมากขึ้น
ส่งผลให้อนาคต Theresa May ตกที่นั่งลำบาก ว่าจะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2022 ที่จะเป็นวาระเลือกตั้งสมัยหน้าได้หรือไม่ โดยที่เธอต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ Hung Parliament ที่ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากในสภาที่จะจัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียว รวมทั้งอาจจะทำให้รัฐบาลต้องลาออกเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งหรือไม่ หลังผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนไม่เป็นไปตามที่คาดหวังว่ารัฐบาลจะได้รับเสียงเบ็ดเสร็จในการบริหารประเทศในอนาคตเพื่อนำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปตามมติของ Brexit รวมถึงมาตรการจัดการกลุ่มก่อการร้ายในประเทศ

2.ขณะที่เงินปอนด์ดิ่งลงจากระดับ 1.2950 ดอลลาร์มาอยู่ที่ 1.2740 ดอลลาร์ โดยเงินปอนด์ยังคงอ่อนค่านับตั้งแต่ช่วงก่อน Brexit อยู่ที่ระดับ 1.4877 ดอลลาร์ โดยปฏิกิริยาของตลาดคาดว่า เงินปอนด์จะยังคงอ่อนค่าลงเคลื่อนไหวในระหว่าง 1.2500-1.2900 ดอลลาร์ โดยทิศทางของเงินปอนด์จะแกว่งตัวตามปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงนับจากนี้ไป
ทั้งนี้ ไทม์ไลน์มองย้อนกลับไปในการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษช่วง 30 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 1987-2017 นั้น ในปี 1987 พรรคอนุรักษ์นิยมชนะการเลือกตั้ง ปี 1992 พรรคอนุรักษ์นิยมขนะได้เยงข้างมากในสภา ปี 1997 พรรคแรงงานชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ปี 2001 และปี 2005 พรรคแรงงานยังคงเป็นฝ่ายชนะเลือกตั้ง ปี 2010 มีมีพรรคใดได้เสียกเด็ดขาด การเมืองตดอยาในภาวะ Hung Parluament ปี 2015 พรรคอนุรักษ์นิยมได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล และล่าสุดปี 2017 อังกฤษกลับมาอยู่ในภาวะ Hung Parliament อีกครั้ง

3.สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด โดยกาตาร์ตอบรับการช่วยเหลือด้านการขนส่งอาหารและการเปิดใช้ท่าเรือขนส่งจากอิหร่านถึง 3 แห่ง พร้อมขานรับการเสริมกองกำลังทหารของตุรกีเข้ามาสู่ประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปกป้องตนเอง หลังจากต้องเจอแรงบีบของ 9 ชาติอาหรับที่ผนึกตัดสัมพันํ์การทูต การผลักดันพลเมืองชาวดาตาร์ออกนอกประเทศ รวมถึงการบล็อกปิดเส้นทางการบินและการเดินเรือขนส่งสินค้า
ขณะเดียวกันรัฐมนตรีต่างประเทศกาตารร์ยังเดินสายกระชับสัมพันธภาพกับรัสเซีย เพื่อรับมือการคว่ำบาตรที่อาจจะมีมากขึ้นจากกลุ่ม 9 ชาติอาหรับที่นำโดยซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)
โดยล่าสุด ยูเออีออกมาแฉการจ่ายเงินที่ดาตาร์ให้กับกลุ่มผู้ก่อการร้าย 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อแลกกับตัวประกันที่มีบุคคลในราชวงศ์ของกาตาร์ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ รวมทั้งมีการเปิดเผยรายชื่อบุคคลมากกว่า 50-60 รายชื่อที่ได้รับเงินสนับสนุนการก่อการร้ายจากกาตาร์อีกด้วย

4.เกาะติดกระแสถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่ James Comey อดีตผู้อำนวยการ FBI ที่ถูกทรัมป์ปลดออกจากตำแหน่ง ได้ไปให้ปากคำถึง 3 ชั่วโมงต่อรัฐสภา มีการระบุถึงประธานาธิบดีทรัมป์พูดโกหกเกี่ยวกับการทำงานของ FBI ที่ขาดประสิทธิภาพ ทั้งที่ FBI เป็นองค์กรแข็งแกร่ง เป็นอิสระ และมีคนทำงานที่มีคุณค่า
แต่เมื่อถูกถามถึงการแทรกแซงกระบวนการสอบสวนสืบสวนให้ยุติกรณีของไมเคิล ฟลินท์ ที่แอบไปพบเจ้าหน้าที่ของรัสเซีย James Comey กล่าวว่า ไม่มีการออกคำสั่งโดยตรง แต่พูดเป็นนัยในแนวทางสอบสวนให้เขาเข้าใจว่า ควรจะทำอย่างไรต่อไปในการดำเนินการกับฟลินท์ ดังนั้นทำให้ตนต้องรีบจดบันทึกข้อความ เพราะเกรงว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะพูดโกหกในสิ่งที่คุยกันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม James Comey เปิดเผยอีกว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ถามตนองว่ายังอยากทำงานต่อหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเชิงต้องการให้การอุปถัมป์
จากคำให้การของ James Comey ที่ขาดหลักฐานชัดเจน ทำให้ทนายความของทัรมป์รีบแจกแจงว่า ประธานาธิบดีทรัมป์บริสุทธิ์ ขณะเดียวกันทำให้หลักฐานการจะถอดถอนไม่ชอบด้วยเหตุผลในขณะนี้ แต่จะส่งผลอย่างไรต่อไป หรือเป็นเพราะทรัมป์ถูกป้ายสี ยังคงต้องรอพิสูจน์หลักฐานในการถอดถอนที่ชัดเจนต่อไป เหมือนเช่นคดีวอเตอร์เกตสมัยริชาร์ด นิกสีน muj9hvมีการตรวจสอบต่อไป

5.จับตาราคาทองถูกทุบในตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้า หลังจากที่ปรับตัวขึ้นไปเกือบแตะที่ระดับ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน โดยดิ่งลงที่ 1,262 ดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสฯ
โดยพบว่า ตลาดมีแรงขายเข้ามาล็อตใหญ่ถึง 30,000 สัญญาล่วงหน้า เป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์ ก่อนที่จะทรงตัวที่ 1,281 ดอลลาร์ในตลาดฟิวเจอร์ส ขณะที่ตลาดสปอตอยู่ที่ 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางนโยบายของธนาคารกลางยุโรปคงดอกเบี้ยที่อัตราติดลบ 0.2% ต่อไป รวมทั้งยังคงอีดฉีดเงิน QE เดือนละ 6.5 หมื่นล้านยูโรจนถึงปลายปี 2017

ข่าวล่าสุด