พร้อมของกลาง ยาไอซ์ บรรจุอยู่ในถุงชาสีเขียวถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม จำนวน 5 ถุง รวมหนักประมาณ 5 กิโลกรัม รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน 4 กท 4727 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อไอโฟน สีดำ 1 เครื่อง และโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อซัมซุง สีขาว 1 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนนครอินทร์ ปากซอยนครอินทร์ 2 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 05.50 น.
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจ กก.ดส. ได้ทำการสืบสวนประกอบกับข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากสายลับทราบว่า ที่บริเวณริมถนนรัชดาภิเษกใกล้เดอะมอล์ท่าพระ ช่วงเวลาเช้ามืดของวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา จะมีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดนัดส่งยาเสพติดกันที่บริเวณดังกล่าว ทาง พ.ต.ท.ศุภกร จึงได้ทำการวางแผนเพื่อเข้าทำการจับกุม ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. วันเดียวกัน ตำรวจชุดจับกุมได้สังเกตุเห็นรถต้องสงสัยซึ่งตรงกับคำให้การของสายลับ เห็นว่าผู้ต้องหา ทราบชื่อสกุลในภายหลังว่า นายกฤษชนะ หรือแบงค์ เหมือนหงษ์ ขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 4กท 4727 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขับมายังบริเวณจุดนัดหมาย และอีกไม่นานได้มีจักรยานยนต์ยี่ฮ้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ ขับมาเทียบข้างรถยนต์คันที่ผู้ต้องหาขับมา พร้อมนำถุงหิ้วพลาสติกให้ผู้ต้องหา และได้ขับรถแยกย้ายออกไป
ต่อมาทางตำรวจได้เร่งติดตามรถต้องสงสัยทั้ง 2 คัน โดยแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด แต่เนื่องด้วยรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยขับขี่เข้าไปในซอยแคบ จึงคลาดจากการติดตาม ส่วนกำลังตำรวจชุดที่เหลือจึงได้ติดตามผู้ต้องหาอีกรายไป โดยได้สะกดรอยติดตามไปจนกระทั่งถึงบริเวณริมถนนนครอินทร์ ปากซอยนครอินทร์ 2 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี พบรถยนต์ของผู้ต้องหาได้ทำการขับเข้าจอดที่บริเวณริมถนน ทางตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเพื่อเข้าทำการจับกุม มีนายกฤษชนะ หรือแบงค์ เป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว และพยามหลบหนีการจับกุม โดยได้ขับรถไปชนรถของประชาชนที่อยู่ข้างทางจนรถคันดังกล่าวไม่สามารถขับต่อไปได้ จนนายกฤษชนะ ได้วิ่งลงจากรถหลบหนีการจับกุม แต่ทางตำรวจได้วิ่งติดตามไปจนสามารถทำการจับกุมไว้ได้ และได้นำนายกฤษชนะ มาทำการตรวจค้นรถยนต์ที่นายกฤษณะ ขับขี่มา ผลตรวจค้นปรากฏพบของกลางยาไอซ์ วางอยู่บนเบาะหน้าข้างคนขับภายในรถคันดังกล่าว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีเขียว ด้านในถุงพลาสติก มีถุงชาสีเขียวจำนวน 5 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 5 กิโลกลัม จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางสอบสวน ที่ กก.ดส.บช.น.
สอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ตนไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง แล้วเพิ่งพ้นโทษคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ไม่มีรายได้จนต้องหารายได้ทางลัดด้วยการรับจ้างขนยาเสพติด โดยยาไอซ์ทั้งหมดนี้ ตนรับจ้างจาก นายเจ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ให้ไปรับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวมาจากผู้ค้ายาเสพติดย่านเดอะมอลท่าพระ ซึ่งทำลักษณะนี้มาแล้ว 3 ครั้ง ได้เงินค่าจ้างครั้งละ 10,000 บาท ซึ่งก่อนถูกจับกุมกำลังจะนำยาเสพติดจำนวนดังกล่าวไปส่งมอบให้กับนายเจ ทั้งนี้การบรรจุยาเสพติดไว้ในถุงชานั้นเพื่ออำพรางสายตาตำรวจด้วย
อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การต้องทำการขยายผลหาผู้ร่วมเครือข่ายยาเสพติดของผู้ต้องหารายนี้อีกครั้ง ซึ่งทางตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติต่อศาลให้ออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่เหลือมาให้ได้ เบื้องต้นแจ้งข้อหา "มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย"นำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป