เนชั่นทีวี

ข่าว

โคเรียคิง ถึง ตลาดนัด บทพิสูจน์การคุ้มครองผู้บริโภค

12 พ.ค. 2560 |

โคเรียคิง ถึง ตลาดนัด
บทพิสูจน์การคุ้มครองผู้บริโภค

"หากโทรมาใน 10 นาทีนี้ ท่านจะซื้อได้ในราคาเพียง...." นี่เป็นคำโฆษณากระทะโคเรีย คิง กระทะยอดฮิต ซึ่งได้ยินอย่างถี่ยิบทางโทรทัศน์ จนหลายคนสงสัยงว่าเคยมีใครได้ซื้อกระทะนี้ในราคาเต็มหรือไม่

โดยในขณะนี้ เรื่องดังกล่าวกำลังเป็นที่สงสัยและกำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก เพราะ มีผู้ไปพบว่ากระทะโคเรียคิงที่ต่างประเทศนันมีราคาเพียงประมาณ 600 บาทเท่านั้น ขณะที่กระทะโคเรียคิงในไทย นอกจากจะขายถึง 3,300 บาท ในราคาสองใบ หรือตกใบละ 1,650 บาท ยังมีการตั้งราคาเต็มไว้สูงถึง 15,000 บาท ทำเอาหลายคนถามว่าราคาจริงของกระทะชื่อดังนี้อยู่ที่เท่าไหร่กันแน่ ซึ่งแม้ทาง บริษัท วิซาร์ด โซลูชั่น จำกัด ผู้จัดจำหน่ายกระทะ โคเรียคิง จะได้ออกคำชี้แจง ว่า กระทะที่พบว่ามีราคาเพียง 600 บาทนั้นเป็นคนละรุ่นกับที่วางขายในประเทศไทย โดยที่วางขายในประเทศไทยนั้นเป็นรุ่นที่ใหม่กว่าและคุณภาพดีกว่า อย่างไรก็ตามการชี้แจงนี้ยังไม่อาจลบข้อสงสัยได้ เนื่องจากการกระหน่ำโฆษณาชิดแทบจะทุกเบรก ถึงขนาดที่มีคนเปรียบเทียบว่าเมื่อเปิดโทรทัศน์ทุกครั้งจะต้องเจอ "วู้ดดี้ - วุฒิธร มิลินทจินดา" โฆษณากระทะ 1 ครั้ง และด้วยความถี่เช่นนี้ทำให้หลายคนคล้อยตามและทดลองซื้อกระทะดังกล่าว บางคนถึงขนาดหาคนร่วมทุนซื้อ โดยจากข้อมูลของ "นีลเส็น ประเทศไทย" ซึ่งสำรวจการใช้เม็ดเงินโฆษณา พบว่า ปี 2559 กระทะโคเรียคิง ใช้จำนวนเงินในการโฆษณาสูงถึง 1,651 ล้านบาท ยิ่งสะท้อนให้เห็นชัดถึงการใช้โฆษณาที่มหาศาลและถี่ยิบ แซงหน้าแบรนด์ระดับโลกอย่างโค้ก ที่ใช้งบ 863 ล้านบาท หรือโตโยต้าที่ใช้งบโฆษณา 830 ล้านบาท จากคำบอกเล่าของ ณัฐวุฒิ หิรัญพันธุ์ทิพย์ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิโดริ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นเอเจนซี่ผู้วางแผนการตลาดกระทะโคเรียคิง ผ่านสื่อ ระบุว่า คาดว่ามูลค่าของตลาดกระทะจะอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท โดยคนไทยยังไม่ยึดติดกับยี่ห้อ นี่จึงเป็นการเปิดทางให้โคเรียคิงเข้ามา โดย วางเป้าหมายไว้ว่า ทุกครัวเรือนไทยจะต้องมีกระทะโคเรียคิงไว้ใช้งาน เขายังเล่าว่าที่ต้องทุ่มงบขนาดนี้นั้น เพราะการจะทำให้ผู้บริโภครับรู้ทั้งคุณสมบัติและแบรนด์ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ต้องสื่อสารกันเต็มที่ เพราะเป้าหมายในอนาคตที่วางไว้ ต้องการเป็นแบรนด์อันดับ 1 และนอกจากนี้ยังมีการขายผ่านคอลล์เซ็นเตอร์ และบูธตามห้างสรรพสินค้าอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าการทำตลาดของเขาประสบความสำเร็จ เพราะเขาได้บอกว่า จากการให้บริษัทวิจัยทำการประเมินความพึงพอใจในแบรนด์ พบว่า ที่ผ่านมาคนไทยรักแบรนด์โคเรียคิง มีคนไทยชื่นชอบในตัวสินค้าสัดส่วน 98% และยอมบอกต่อสัดส่วน 82% จากกลุ่มตัวอย่าง 500 คน แม้จะมีแบรนด์ที่อยู่ในตลาด และมีสินค้าลอกเลียนแบบมากมาย นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยกว่า 80% รู้จักแบรนด์โคเรียคิง แต่ยังไม่ติดสินใจซื้อ ซึ่งคนที่รู้จักและอยากได้สินค้ามีถึง 60% จากจำนวนผู้ที่รู้จัก ต้องยอมรับว่า เม็ดเงินที่ทุ่มลงไปนั้นได้ผลเป็นอย่างมาก เพราะทุกวันนี้ก็รับรู้อยู่แล้วว่า คนใกล้ตัวแต่ละคนมีความอยากได้ หรืออยากซื้อกระทะโคเรียคิงมากขนาดไหน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ ธาม เชื้อสถาปนศิริ  นักวิชาการสื่อ ระบุว่า นี่คือกสนสะท้อนปัญหา  ที่น่าเศร้าของสื่อไทยและผู้บริโภคไทย จากการตลาดที่ไร้การควบคุม เพราะมีการตั้งราคาให้สูงมาก เพื่อลดมา และลดราคาตลอดเวลา เขาบอกว่า ในต่างประเทศ (เช่น ยุโรป และอเมริกา) การโฆษณาเหล่านี้ จะต้อง "บอกต้นทุนสินค้าที่แท้จริง" แก่สำนักงาน หน่วยงานรัฐ (เช่น กรมการค้าพาณิชย์) เพื่อเป็นการสาธารณะที่รัฐจะรู้ราคาที่แท้จริงต่อหน่วย และรัฐจะสามารถควบคุมราคาสินค้าให้เป็นธรรมได้ แต่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นโคเรียคิง หรือเจ้าอื่นๆ สะท้อนว่า "คุณจะตั้งราคาเท่าไรก็ได้" นอกจากนี้ยังสะท้อนการคุ้มครองผู้บริโภคที่อ่อนปวกเปียก เพราะแทบจะไม่สามารถฟ้องร้องเอาผิดกับสินค้าและบริการอะไรได้เลย ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับหรือทำอะไรและประการสำคัญ การไม่รู้เท่าทันสื่อของผู้บริโภคทำให้คนยอมซื้อกันไป"ยิ่งสินค้าประเภทที่ทำการโฆษณาแบบนี้ได้กำไร สร้างยอดขายไปได้ยิ่งมากมายเท่าไร ก็ยิ่งสะท้อนว่า คนไทยรู้เท่าทันสื่อน้อยมาก" ธามระบุ อย่างไรก็ตามขณะนี้ภาคส่วนต่างๆก็ได้เริ่มขยับบ้างแล้ว อาทิ ช่อง 9 อสมท. ซึ่งเป็นช่องแรกๆ ที่โฆษณากระทะยี่ห้อนี้ จนบางคนถึงขนานนามว่า "ช่องขายกระทะ" โดยล่าสุด กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท.ผู้บริหาร ช่อง 9 mcot hd ระบุว่า อสมท มิได้นอนใจได้สั่งการให้ตรวจสอบ รายละเอียด และสัญญาโฆษณาที่ทำกับบริษัทผู้โฆษณาแล้ว ในด้านนโยบาย หากแม้การโฆษณาจะมีเอกสารถูกต้อง แต่ความยาวของโฆษณาสินค้าที่เกิน 1 นาทีขึ้นไป และบรรจุในช่วงprime time ที่มีผู้ชมจำนวนมาก อาจก่อให้เกิดความรำคาญกับผู้บริโภคได้ จึงจะมีการพบปะ กับผู้บริหารของโคเรียคิง ในวันอังคารที่ 16 พ.ค. นี้ เพื่อกำหนดกรอบทิศทางของการโฆษณาในช่อง 9 mcot Hd ให้เหมาะสม" งบโฆษณาใครๆก็อยากได้ แต่ถ้าไม่เหมาะสมกับสถานี หรือ ไม่สอดคล้องกับทิศทางของสถานี อสมท. พร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้ผู้ชมและผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากรายการคุณภาพมากที่สุดครับ" นายเขมทัตต์ กล่าวในตอนท้าย ขณะที่ รศ. ดร. วีระชัย พุทธวงศ์ อาจารย สาขาเคมีอินทรีย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็กำลังผ่าพิสูจน์ กระทะเพื่อดูว่ามีส่วนประกอบทางเคมีอะไรบ้าง และจะเผยแพร่ใช้สาธารณได้ทราบทางเฟซบุ๊ค  ด้านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)  ก็ได้ขยับในเรื่องนี้แล้วเช่นเดียวกัน โดยได้ทำหนังสือเชิญผู้นำเข้ากระทะ โคเรีย คิง มาชี้แจงในวันที่ 17 พฤษภาคมใน 3 ประเด็น คือ 1.การกำหนดราคาราคาใบละ 15,000 บาท แล้วลดเหลือ 3,000 บาท ว่ามีการแสดงราคาและต้นทุนอย่างไร 2.คุณภาพของสินค้าที่ระบุในการโฆษณา ที่ระบุว่ามีการเคลือบ 8 ชั้น และกรณีไม่ต้องใช้น้ำมัน 3.การลดแลกแจกแถม เช่น กรณีซื้อ 1 ใบแถม 1 ใบหรือแถมตะหลิวด้วย  เพื่อนำข้อมูลของผู้นำเข้า เพื่อพิจารณาว่าการโโฆษณาดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าใจผิดในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญของสินค้าหรือไม่ ส่วนมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค ได้ระบุว่า  ผู้บริโภคที่ซื้อกระทะโคเรียคิงทุกคนมีสิทธิขอเงินคืนที่ขายของราคาแพงเกินความเป็นจริง หรืออีกสองส่วนที่เหลือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองบริโภค ก็สามารถเจรจาเพื่อให้บริษัทคืนเงินผู้บริโภค ฟ้องคดีแทนผู้บริโภคในกรณีนี้ได้ นอกจากนี้อาจจะขอความร่วมมือจากกรมศุลกากร เนื่องจากเป็นสินค้านำเข้า ว่าราคาต้นทุนในการชำระภาษีเป็นจำนวนเท่าใดก็จะทราบต้นทุนที่แท้จริง หรือผู้บริโภคอาจจะฟ้องคดีด้วยตนเองโดยใช้พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค หรือสามารถฟ้องคดีแบบกลุ่ม(Class Action) ได้ เพื่อให้ทุกคนที่ซื้อกระทะได้รับการคุ้มครองร่วมกัน อย่างไรก็ตามต้องดูว่าเรื่องนี้จะไปจบลงเช่นไร   เพราะเอาเข้าจริงแล้ว  กลยุทธ์การตั้งราคาสูงเพื่อลดราคาลงมานั้น มิได้เกิดกับเฉพาะกระทะโคเรียคิงเท่านั้น หากแต่พบเห็นได้ทั้่งไป ตั้งแต่ระดับห้างสรรพสินค้า โฆษณาทางโทรทัศน์  หรือแม้กระทั่งตลาดนัด นี่จะเป็นจุดสำคัญอีกครั้งที่ พิสูจน์ว่าการคุ้มครองผู้บริโภคของไทยนั้น ทำได้จริงเพียงใด หรือทำเฉพาะเป็นกรณีกรณีไป เหมือนไฟไหม้ฟางเท่านั้น 

ข่าวล่าสุด