ภาสพล ขุดค้นข่าว วอนรัฐผ่อนปรนจัดระเบียบประมง หวั่นแรงงานต่างด้าวหนีกลับประเทศ
11 พ.ค. 2560 | nation_ent

ผู้ประกอบการเรือประมง เรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนผันการออกเอกสารใบอนุญาต เดินเรือของชาวประมง และใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างชาติ
ข่าว
11 พ.ค. 2560 | nation_ent

ผู้ประกอบการเรือประมง เรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนผันการออกเอกสารใบอนุญาต เดินเรือของชาวประมง และใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างชาติ
นายกสมาคมประมงปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอติชาติ ชัยศรี เปิดเผยถึงปัญหาของผู้ประกอบการเรือประมงว่า
ปัจจุบันเรือประมงในระบบมีกว่า 40,000 ลำ โดยเรือที่มีใบอนุญาตผ่านมาตราฐานมีเพียง 10,000 กว่าลำ ครอบคลุมทั้ง 22 จังหวัด ที่ติดทะเลฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
โดยเรือจำนวนมากเป็นเรือพื้นบ้าน ที่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ และเรือบางส่วน ก็ไม่ผ่านมาตราฐานการตรวจสอบจาก 3 หน่วยงาน คือ
กรมประมง กรมเจ้าท่า และศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย หรือ (ศปมผ.) ตามคำสั่ง ของ คสช.ที่ให้สำรวจจำนวนเรือที่ขึ้นทะเบียนในแต่ละพื้นที่ โดยปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบให้ผู้ประกอบการต้องหยุดการเดินเรือ จึงอยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการ
ด้านเจ้าของเรือทรัพย์พิศาล นายพิศาล ปะสิ่งชอบ ได้เปิดเผยถึงปัญหาการขึ้นทะเบียนแรงงานว่า เรือที่ผ่านมาตราฐานการตรวจสอบของ 3 หน่วยงานแล้วขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันแรงงานต้องมีการขอหนังสือคนประจำเรือหรือ Seaman Book และใบอนุญาตทำงาน หรือ Work permit
เนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่ เป็นชาวต่างชาติ อยากให้รัฐบาลผ่อนปรน การเปิดทำบัตรสีชมพูใหม่ การทำ MOU มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แรงงาน 1 คนอยู่ที่ประมาณกว่า 2 หมื่นบาท แต่หากใช้บัตรสีชมพู จะอยู่ที่ 4,000 - 5,000 บาท
โดยแรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ที่เข้ามา เป็นแรงงานเดินเรือในประเทศไทย พวกเขาหวังเพียงว่าจะหารายได้จากการเดินเรือ เพื่อส่งให้ครอบครัวที่บ้านเท่านั้นอธิบดีกรมการจัดหางานกระทรวงแรงงาน นายวรานนท์ ปีติวรรณ เปิดเผยถึงเรื่องการต่อใบอนุญาตของแรงงานต่างสัญชาติว่า แรงงานต่างสัญชาติ และผู้ติดตามที่ถือบัตรประจำตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือบัตรชมพูที่จะหมดอายุในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 และวันที่ 31 มีนาคม 2561 นั้น
ต้องดำเนินการการตรวจสัญชาติ เพื่อรับเอกสารรับรองบุคคล หรือ CI และเอกสารตรวจลงตรา หรือ VISA และประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ก่อนวันหมดอายุที่ระบุในบัตร
โดยมีขั้นตอนการตรวจสัญชาติ ที่ต้องปฏิบัติตามนี้ คือแรงงานต้องขอหนังสือออกนอกพื้นที่จังหวัด ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด และนำบัตรประจำตัว ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ บัตรชมพู ยื่นชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางเคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่ 7-Eleven
ซึ่งสามารถเลือกสถานที่ตรวจสัญชาติได้ และเดินทางไปตามสถานที่ที่กำหนด พร้อมนำใบเสร็จรับเงินและบัตรสีชมพูไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ตรวจสัญชาติ โดยเปิดดำเนินการระหว่างวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 16.30 น. ให้บริการ
จากนั้นแรงงานจะได้รับเอกสารรับรองบุคคล หรือ CI แล้ว ให้รีบไปตรวจลงตรา (VISA) แบบ Non L- A ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด และยื่นขอใบอนุญาตทำงานกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของสถานที่ทำงานภายใน 15 วัน หลังจากได้รับการตรวจลงตรา (VISA) หลังจากระยะเวลาการอนุญาตทำงานสิ้นสุดหากพบว่านายจ้างแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน จะมีความผิดตามกฎหมาย ปรับตั้งแต่ 400,000 ถึง 800,000 บาท ต่อแรงงานต่างด้าวหนึ่งคนส่วนแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ 2,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายวรานนท์ ยังกล่าวอีกว่าหากนายจ้างและสถานประกอบการหรือแรงงานต่างด้าวมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 และสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694