มุนเริ่มปฏิบัติงานทันทีตั้งแต่รับตำแหน่งโดยสนทนาทางโทรศัพท์กับลี ซุน-จิน ผู้บัญชาการทหารบกและประธานเสนาธิการทหารร่วม โดยรับฟังสรุปสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศและความเคลื่อนไหวทางทหารของเกาหลีเหนือ หลังจากนั้นไปสุสานแห่งชาติในกรุงโซลเพื่อเคารพอดีตประธานาธิบดีผู้ล่วงลับและวีรบุรุษในสงคราม
และเมื่อเสร็จสิ้นพิธีสาบานตน มุนพบกับผู้นำพรรคการเมืองทั้ง 5 พรรคที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับเลือกตั้ง และจะประกาศแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญระหว่างแถลงข่าวที่ทำเนียบประธานาธิบดีชองวาแด ขณะที่สื่อรายงานว่า มุนเลือก ลี นัก-ยอน ผู้ว่าราชการจังหวัดชอลลาใต้เป็นนายกรัฐมนตรี
ประธานาธิบดีมุน ซึ่งเป็นอดีตทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และอดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดี มีภารกิจท้าทายในการคลี่คลายความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี และความขัดแย้งสืบเนื่องจากการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ"ทาด"ของสหรัฐ และเขากล่าววันนี้ว่า อยากไปเยือนสหรัฐโดยทันที และจะไปเยือนจีน ญี่ปุ่น รวมทั้งเกาหลีเหนือเมื่อสถานการณ์เหมาะสม นอกจากนี้ตามนโยบายหาเสียงของเขา มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ปฏิรูปแรงงาน กำจัดคอร์รัปชั่น และปฏิรูปอาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่ หรือ "แชโบล" ให้มีธรรมาภิบาล
ทำเนียบขาวของสหรัฐออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับมุนและชาวเกาหลีใต้สำหรับการถ่ายโอนอำนาจตามระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติ และสหรัฐปรารถนาร่วมงานกับประธานาธิบดีมุนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับความเป็นพันธมิตรมิตรภาพอันยั่งยืน และหุ้นส่วนระหว่างสองชาติ
นอกจากนี้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ส่งสารยินดีกับผู้นำใหม่ของเกาหลีใต้ และหวังกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้น ตลอดจนคลี่คลายความขัดแย้งทางการทูตสืบเนื่องจากการติดตั้งระบบ"ทาด"