เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 พ.ค. ที่วัดธรรมนิมิตร บ้านเพี้ยเพ้า ต.คำน้ำแซบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ญาติ ด.ช.ระพีภัทร สาแล๊ะ อายุ 2 ขวบเศษ หรือน้องภีม ได้ทำพิธีทางศาสนาฌาปนกิจศพ โดยมีนายฮัมดัน สาแล๊ะ บิดาแท้ ๆ และเพื่อนบ้าน ด.ช.ระพีภัทร เข้าร่วมประมาณ100คน ท่ามกลางความเศร้าโศกของญาติพี่น้องที่เลี้ยงดู ด.ช.ระพีภัทร มาตลอด น.ส.ธิดาวรรณ สมบูรณ์ อายุ21ปี น้าสาวกล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหลาน แม้ไม่ได้อยู่ด้วยเหมือนญาติคนอื่น เพราะออกไปอยู่กับครอบครัว แต่ก็แวะมาดูแลหลานเป็นครั้งคราว ทำให้ก็รู้สึกเสียใจที่หลานต้องมาเสียชีวิตเพราะถูกทำร้าย และต้องการให้พี่สาวออกมาพบเจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปสู่การจับกุมนายจิรันตน์ หรือเหน่ง ปันสวน อายุ24ปี พ่อเลี้ยงมารับโทษที่ทำขึ้นเพราะแม้ ด.ช.ระพีภัทร ไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว แต่ก็มีญาติพี่น้องที่พร้อมให้การช่วยเหลือนางธิดารัตน์ พร้อมเกรงว่านางธิดารัตน์จะได้รับอันตรายในช่วงนี้ด้วย
ขณะที่นางรัชนี ทองอ่อน ป้าที่เลี้ยงดู น้องภีม กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงสวัสดิภาพของญาติพี่น้อง เพราะสังเกตตั้งแต่เกิดเรื่องช่วง 1-2 วัน มีกลุ่มผู้ชายขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันเหมือนพวกเก็บเงินกู้รายวันเหมือนกับนายจิรันตน์พ่อเลี้ยง มาซุ่มดูความเคลื่อนไหวบริเวณบ้านพัก ทำให้เกิดความกลัว
ด้านการติดตามจับกุมนายจิรันตน์ หรือเหน่ง ปันสวน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี ได้หาเบาะแสจากกลุ่มเพื่อนนายจิรันตน์ที่มีอาชีพปล่อยเงินกู้ ซึ่งได้ข้อมูลไม่มากนัก และคาดว่าจุดที่นายจิรันตน์และนางธิดารัตน์มารดาของเด็กหลบหนีไปอาจอยู่แถวภาคตะวันออกที่เป็นบ้านเกิดของผู้ต้องหา
และจากการสอบญาติฝั่งนางธิดารัตน์ สมบูรณ์ ผู้เป็นมารดาให้ข้อมูลความเกี่ยวพันระหว่างนายจิรันตน์กับด.ช.ระพีภัทร โดยนายจิรันตน์พ่อเลี้ยงเคยมารับตัว ด.ช.ระพีภัทร ไปนอนที่หอพักด้วยประมาณ 3-4 ครั้ง แต่ละครั้งจะไปอยู่ด้วยนาน 3-4 วัน นางธิดารัตน์ก็จะรับตัวเด็กกลับมา
และสังเกตว่าทุกครั้งที่นายจิรันตน์มารับตัวเด็กที่บ้านในอำเภอวารินชำราบ เด็กจะมีอาการหวาดกลัวไม่อยากไปด้วย และบางครั้งเมื่อหลานกลับมาที่บ้าน จะพบเห็นบาดแผลคล้ายถูกหยิกบริเวณต้นคอหรือขาด้วย ซึ่งเด็กบอกว่าถูกนายจิรันตน์กับแม่ตี แต่ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะหลานอาจถูกทำโทษ เพราะซุกซนตามประสาเด็ก
และครั้งสุดท้ายที่นายจิรันตน์มารับเด็กไปจากบ้านเมื่อค่ำวันที่5พ.ค. ยืนยันว่า ก่อนออกจากบ้านร่างกาย ด.ช.ระพีภัทร ไม่มีรอยการเขียวช้ำ เหมือนวันที่พบเด็กเสียชีวิตไปแล้ว