ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม นางพัชรินทร์ จันทร์ศิริ และ นางดาวรุ่ง สายทองคำ หญิงที่ปรากฏในคลิป ซึ่งเป็นพนักงานเร่งรัดหนี้สินได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อเอาผิดชายในคลิป ซึ่งอธิบายไว้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในหมู่บ้านตะวันนา ย่านสายไหม ซึ่งได้เดินทางไปพร้อมทีมงานประมาณ 4 คน เพื่อเข้าไปทวงถามการค้างค่างวดผ่อนรถ ซึ่งไม่มีการจ่ายประมาณ 2 ปี ขณะที่ทำการพูดคุย หญิงดังกล่าวที่เป็นผู้ขับรถในขณะนั้นได้โทรเรียกสามีให้ออกมา ซึ่งชายดังกล่าวมีการพกพาอาวุธปืนดังกล่าวตามลักษณะในคลิป
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 พฤษภาคม ที่สน.คันนายาว พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ชายที่ปรากฎในคลิป คือ ด.ต.เอกฉัตร สมสิริ ผบ.หมู่ สืบสวน สน.บางเขน จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า วันเกิดเหตุ ด.ต.เอกฉัตร ได้ออกเวรจากการปฏิบัติหน้าที่และได้นอนพักผ่อนอยู่ภายในบ้านพัก ต่อมา น.ส.นพวรรณ จีระ อายุ 34 ปี ภรรยา ได้มาเรียกว่า มีคนมาล้อมปล้นจะเอารถไป ขณะที่ ด.ต.เอกฉัตร หลับอยู่จึงตกใจ ไม่รู้ว่าบุคคลที่เอารถมาเป็นใคร จึงนำปืนพกติดตัวไปด้วย โดยขณะที่ออกมาไม่ทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นใคร ไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากไฟแนนซ์จริงหรือไม่ เนื่องจากไม่มีการแจ้งเอกสารแสดงตน ด้วยความกลัวจึงได้ตัดสินใจนำปืนออกมาด้วย ซึ่งการจ่ายค่าผ่อนรถนั้นตนไม่ทราบว่าค่าดอกเบี้ยไฟแนนซ์ที่ภรรยาเลือกมันจะสูงถึงขนาดนี้ อีกทั้งให้เงินภรรยาไปจ่ายทุกเดือน
พ.ต.อ.สิงห์ เผยต่อว่า ทั้งนี้คดีดังกล่าวต้องแบ่ง ออกเป็น 2 กรรม 2 วาระ ส่วนแรกในคลิปมีการใช้อาวุธปืนข่มขู่ จากการตรวจสอบกับผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.เอกฉัตร พบว่า การครอบครองอาวุธปืนมีใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนถูกต้อง รวมทั้งมีใบอนุญาตพกพาที่ทางผู้บังคับบัญชาออกให้ไว้ชั่วคราวสำหรับปฏิบัติหน้าที่ โดยทางด.ต.เอกฉัตรได้นำอาวุธปืนพร้อมเอกสารหลักฐานมามอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งในส่วนนี้จะดำเนินการเตรียมแจ้งข้อหา ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ตัองระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 392 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 6 แห่งประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 22) กับด.ต.เอกฉัตรพ.ต.อ.สิงห์ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันทางน.ส.นพวรรณ ได้เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในส่วนของคดีแพ่งที่มีการผิดสัญญาการซื้อขาย ซึ่งยอมรับว่า ขาดส่งจริง โดยทางน.ส.นพวรรณระบุว่า พนักงานเร่งรัดหนี้สินไม่ได้แสดงบัตรแต่อย่างใด โดยได้ขอให้ทางพนักงานสอบสวนตรวจสอบว่า มีการติดตามยึดรถถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ รวมถึงการโพสต์ข้อความประจานลูกหนี้ ผู้ทวงหนี้สามารถทำได้หรือไม่
ซึ่งการจะยึดรถของไฟแนนซ์ต้องกระทำตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาพ.ศ.2555 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค และขณะนี้มีพ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 ส่วนเรื่องการนำข้อมูลของลูกหนี้ไปเผยแพร่โพสต์ข้อความประจานลูกหนี้ เข้าข่ายความผิด ตามมาตรา 11 ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ วรรค (1)การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และวรรค(3)การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ต่อมาเวลา 15.45 น. วันเดียวกัน ด.ต.เอกฉัตร สมสิริ ผบ.หมู่ สืบสวน สน.บางเขน พร้อมน.ส.นพวรรณ จีระ อายุ 34 ปี ภรรยา เดินทางมาพบ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา
น.ส.นพวรรณ เปิดเผยเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม ตนได้ขับรถออกไปตลาด จากนั้นเวลาเกือบ 18.00 น. ได้ขับรถกลับเข้ามาในหมู่บ้าน ทั้งนี้ตนไม่รู้ว่าจะมีคนตามหรือไม่ตาม เมื่อขับรถมาจอดที่ร้านค้า ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้าน จากนั้นได้ลงจากรถเพื่อจะไปซื้อของใช้เวลาไม่นานจึงไม่ได้ดับรถ ต่อมาเพียง 2 วินาทีมีรถเก๋งสีขาวขับมาปิดท้ายมีผู้ชายเดินมาซึ่งเขาไม่ได้แสดงบัตร ไม่บอกว่าเป็นใคร และมีรถเก๋งอีกคันมาปิดอยู่ด้านหน้า เราก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงถอยหลังกลับมาที่รถ ไม่นานก็มีคนเดินมาเพื่อไม่ให้ตนปิดประตูรถยนต์ พร้อมกับบอกว่ามาคุยเรื่องรถ ซึ่งส่วนตัวรู้ว่าว่าคือไฟแนนซ์ ส่วนแฟนของตนไม่รู้เรื่องเลย เพราะตนมีเหตุจำเป็นจึงต้องนำรถเข้าไฟแนนซ์โดยที่ไม่ได้ปรึกษาและบอกกับแฟนเลย
น.ส.นพวรรณ กล่าวต่อว่า จากนั้นจึงได้พูดคุยกับไฟแนนซ์บอกให้ไปพูดคุยกันที่บ้าน ซึ่งไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ แต่ทางไฟแนนซ์ไม่ยอมปฏิเสธตนทุกทาง ตนหนีเขาไม่ได้อยู่แล้ว มีผู้ชายมา 4 คน ผู้หญิง 2 คน และมีตนเพียงคนเดียว ตนจะเอาอะไรไปสู้กับพวกเขา เขาไม่ยอมให้ตนปิดประตูรถ ตนก็เลยโทรหาแฟน ซึ่งเพิ่งออกเวรมาช่วงบ่าย แฟนของตนก็นอน ด้วยความที่เราไม่รู้ว่าเป็นไฟแนนซ์จริงหรือไม่ ตนจึงโทรบอกแฟนว่ารถโดนปล้น ให้รีบเดินมาหน่อยอยู่บริเวณร้านค้าใกล้บ้าน จึงโทรบอกให้แฟนมา ขณะนั้นก็มีการถ่ายคลิปวีดิโอตั้งแต่ต้น เราจึงบอกกลับไปว่า "พี่ถ่ายแบบนี้เราไม่ได้อนุญาต พี่ถ่ายได้อย่างไร" ถ้าเขาแสดงบัตรออกมาว่าเป็นพนักงานเราก็ไม่ว่า ขนาดที่เขาไม่มีบัตรตนก็ยังจะเชิญเขาไปคุยที่บ้าน แต่เขาทำแบบนี้เหมือนตนไปทำอะไรผิดมากๆ ขับรถปิดหน้าปิดท้าย ตนเป็นเพียงผู้หญิงตัวคนเดียวหนีไม่ได้อยู่แล้ว ตนไม่ได้จะแก้ตัว ตนเจอเหตุการณ์นี้ทำให้กลัว เพราะรถคันนี้แฟนตนนำไปใช้ทำงาน ไม่รู้ว่าแฟนไปจับใครมา ตนจึงไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ทั้งนี้คลิปดังกล่าวมีความยาวมากกว่านี้ เขาถ่ายตั้งแต่ต้นที่มีตนอยู่ แต่ทำไมเขาเลือกปล่อยเฉพาะตอนที่มีแฟน
"อยากให้มองภาพด้วยว่าเหตุการณ์เป็นมาอย่างไร ตนยอมรับว่าทำผิดที่ไม่ส่งไฟแนนซ์ ตนแค่อยากรู้ว่าใครเป็นคนปล่อยคลิป เพราะทำให้คนรอบข้างตนเดือดร้อนต้องเครียดไปด้วย กับสิ่งที่ตนทำแล้วเขาไม่รู้เรื่อง แฟนตนเมื่อได้ยินว่ามีคนมาปล้นรถด้วยความที่ห่วงเรา เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" น.ส.นพวรรณ เล่าทั้งน้ำตา
น.ส.นพวรรณ ชี้แจงต่อว่า แฟนตนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อออกมาเห็นมีผู้ชาย 4 คน ผู้หญิง 2 คน เขาก็อยากปกป้องตน
ด้าน ด.ต.เอกฉัตร กล่าวว่า ในวันนั้นเป็นวันเกิดของตน ภรรยาก็ได้โทรมาพูดว่ารถถูกปล้นและพูดเร็วๆ และได้ยินเสียงมีผู้ชายยื้อแย่งเอาโทรศัพท์ไป ด้วยความงัวเงียจึงคิดว่าภรรยาแกล้งในวันเกิด กระทั้งภรรยาเดินมาเรียกซ้ำว่าช่วยด้วยรถถูกปล้น ด้วยความที่ตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรถคันนี้เคยใช้ทำงานมาหลายครั้งและไม่ทราบมาก่อนว่าภรรยานำรถไปเข้าไฟแนนซ์และเป็นหนี้ จึงคิดว่าเป็นกลุ่มไม่หวังดี จึงออกไปพร้อมปืนกระบอกดังกล่าวแต่ไม่ได้มีการนำไปข่มขู่แต่อยากใดแต่ตามคลิปและรูปที่มีผู้นำมาลงพยามหยุดในช่วงที่ตนต้องใช้อีกมือปิดประตู้รถปืนเลยอยู่ในลัษณะคล้ายชี้ไปทางกลุ่มของไฟแนนซ์น.ส.นพวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนทำไฟแนนซ์กับนายหน้า ตนเคยติดต่อสอบถามไปว่าจะผ่อนจ่ายอย่างไร เขาบอกว่าให้ไปทำที่ธนาคาร ซึ่งนายหน้าบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง บัตรก็ยังไม่ได้ โดยได้ชี้แจงบอกว่าบัตรจะส่งมาที่บ้านแต่ก็ยังไม่มีมา เอกสารบางอย่างตนเก็บไว้ เพราะยังไม่อยากให้แฟนตนรู้ อยากจะปิดแฟน ไม่อยากให้เขาเครียด เพราะช่วงนั้นเครียดกันทุกคน แต่เราหาทางออกที่ไม่ปรึกษาแฟน ก็เลยเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เราอยู่ก็ระแวงเหมือนกันว่าจะโดนยึดรถ แต่ไฟแนนซ์ก็ไม่มา เบอร์โทรศัพท์ตนก็มีทำไมไม่โทรมา แม้จะมีคนชุดเก่าเคยโทรมาตาม ชุดใหม่ก็น่าจะมีเบอร์โทรตนเช่นกัน บ้านตนก็ไม่ได้ย้ายหนีไปไหน ถ้าเขาไม่ขับรถปิดหัวปิดท้ายขนาดนั้น
ขณะที่ พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ กับด.ต.เอกฉัตร และจะส่งปืนไปตรวจสอบว่าถูกต้องตามใบอนุญาตพกพาหรือไม่ โดยฝ่ายภรรยาของด.ต.เอกฉัตรต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบโดยใช้อำนาจสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงหาต้นตอของผู้ที่เผยแพร่ ซึ่งการโพสต์ข้อความประจานลูกหนี้ ในลักษณะแบบนี้นั้นอาจเข้าข่าย พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 เรื่องการนำข้อมูลของลูกหนี้ไปเผยแพร่โพสต์ข้อความประจานลูกหนี้ เข้าข่ายความผิด ตามมาตรา 11 ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ วรรค (1)การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และวรรค(3)การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตามด.ต.เอกฉัตรได้ให้การภาคเสธและเนื่องด.ต.เอกฉัตรได้เข้ามามอบตัวด้วยตนเองจึงทำการสอบปากคำและปล่อยตัวไป