เนชั่นทีวี

ข่าว

ชัยชนะ macron เป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศส นับเป็นชัยชนะของสหภาพยุโรป?

08 พ.ค. 2560 | te

ชัยชนะ macron เป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศส
นับเป็นชัยชนะของสหภาพยุโรป?

ชัยชนะ Macron ถือเป็นชัยชนะของสหภาพยุโรปด้วยหรือไม่? หลังคว้าชัยจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 25 แบบขาดลอยด้วยเสียงโหวต 65.1% เหนือ Le Pen ที่ได้เสียงโหวต 34.9% ในการเลือดตั้งเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดเริ่มมีความผ่อนคลายมากขึ้น เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีความไม่แน่นอนสูงในกระแสการเลือกตั้งถูกกดดันจากแนวนโยบายที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว


แต่คำถามยังคงเกิดขึ้นตามมาอย่างน่าสนใจว่า ชัยชนะของ Macron ครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำหรับสหภาพยุโรป (อียู) จริงหรือ? ท่ามกลางการแสดงความยืนดีของแองเกลา เมอร์เคิล ผู้นำเยอรมัน และฌองคลอส จุงเกอร์ ประธานอียู ที่ออกมาประสานเสียงเดียวกัน ว่านี่คือชัยชนะของสหภาพยุโรป
ขณะที่ปฏิกิริยาของตลาดได้ตอบรัฐเชิงบวก โดยที่เงินยูโรพุ่งทะลุแตะ 1.11 ดอลลาร์ต่อยูโร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน หลังจากรับรู้ผลการนับคะแนนเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสยังจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 รอบในช่วงวันที่ 11 และ 18 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบอีกบทหนึ่งว่า การบริหารประเทศของ Macron จะมั่นคงและสามารถเปลี่ยนผ่านให้ฝรั่งเศสกลับมารุ่งเรืองไดอีกครั้งหรือไม่ 1.ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม ระบุว่า Emmanuel Macron ในนามพรรคอิสระ En Marche ที่มีแนวโยบายสายกลาง ชนะไปอย่างขาดลอยด้วยเสียงโหวต 65.1% เหนือ Marine Le Pen จากพรรคแนวหน้าชาตินิยม National Front มีนโยบายขวาจัด ที่ได้เสียงโหวตเพียง 34.9%
ในการคว้าชัยชนะของ Macron ครั้งถูกมองเป็นชัยชนะสำหรับฝรั่งเศส สหภาพยุโรป และของโลกด้วย โดยมีการแสดงความยืนดีทั้งจากแองเกลา เมอร์เคิล ผู้นำเยอรมัน และฌองคลอส จุงเกอร์ ประธานอียู ที่ออกมาประสานเสียงเดียวกันว่า นี่คือ ชัยชนะของสหภาพยุโรป ขณะที่ฮิลลารี คลินตัน ร่วมแสดงความยินดีด้วยการบอกว่านี้เป็นชัยชนะสำหรับโลก

โดยที่โฆษกของแองเกลา เมอร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมัน กล่าวย้ำว่า ชัยชนะของ Macron ก็คือชัยชนะของยุโรปที่เข้มแข็งและมีความเป็นน้ำหนึ่งในเดียวกัน และเป็นชัยชนะของความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนี
ส่วน Teresa May นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้แสดงความยินดีต่อความสำเร็จของ Macron ซึ่งฝรั่งเศสถือเป็นประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดของอังกฤษ และรอคอยที่จะร่วมงานกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนใหม่ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวยินดีและชื่นชมว่าเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ ที่ตนพร้อมจะเดินหน้าร่วมทำงานด้วยกัน


2.ในที่สุดชาวฝรั่งเศสได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 65.4% แต่ก็เป็นสถิติต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1981 และต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ที่ 74% โดย Macron ได้ขอบคุณชาวฝรั่งเศสที่มอบความไว้วางใจให้เขาทำหน้าที่ผู้นำประเทศ โดยให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย เพื่อนำความสงบสุขมาสู่ฝรั่งเศส และจะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง พร้อมกับตอกย้ำว่าจะต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติ รวมทั้งความไม่เท่าเทียมกันในทุกรูปแบบ

ขณะที่ Marine Le Pen ได้ยอมรับความพ่ายแพ้ พร้อมขอบคุณกลุ่มผู้สนับสนุนเธอและพรรค FN ซึ่งเป็นพรรคการเมืองชูนโยบายประชานิยมขวาจัด และหนุนให้ฝรั่งเศสแยกตัวจากสหภาพยุโรป พร้อมกับกล่าวว่า การที่ชาวฝรั่งเศสเลือก Macron ก็เพราะต้องการความต่อเนื่องทางการเมือง โดยแสดงความยินดีที่ Macron ชนะเลือกตั้ง และขอให้ประสบความสำเร็จในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่จะเผชิญในวันข้างหน้า



3. เงินยูโรพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของตลาดได้ตอบรัฐเชิงบวก หลังจากรับรู้ผลการนับคะแนนเบื้องต้นว่า Macron สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส
ทั้งนี้ เงินยูโรพุ่งขึ้นแตะระดับ 1.11 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 1.08-1.09 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นในสกุลเงินยูโรในอนาคต ยังจะต้องรอฝรั่งเศสที่จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 รอบในช่วงวันที่ 11 และ 18 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบอีกบทหนึ่งว่า การบริหารประเทศของ Macron จะมั่นคงและสามารถเปลี่ยนผ่านให้ฝรั่งเศสกลับมารุ่งเรืองไดอีกครั้งหรือไม่4.ชัยชนะของ Macron เป็นจุดเปลี่ยนสำหรับสหภาพยุโรปที่เข้มแข็งมากขึ้นจริงหรือ? ซึ่งอาจยังต้องรอการเลือกตั้งของเยอรมันที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายน หังจากที่ยุโรปต้องประสบกับปัญหาความแอของรัฐบาลในหลายประเทศที่ทำให้คนยุโรปในหลายประเทศดังกล่าวเบื่อหน่ายต่อนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่ต้องการให้เกิดการบริหารในสิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะการที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวจากภาวะที่ย่ำแย่ในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะ และวิกฤติภาวะคนตกงานที่สูง 11-12%
ดังนั้น เวทีการประชุม G-20 ที่เยอรมันในเดือนกรกฎาคม จึงเป็นที่น่าจับตาว่าผู้นำของกลุ่ม G-20 จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากมีผู้นำหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าประชุมเป็นครั้งแรก ทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ หรือ Emmanuel Macron ประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนใหม่ รวมถึงเรื่องของ Brexit ในการถอนตัวจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ จะยังเป็นภาพที่ตามหลอกหลอนต่อเนื่องเหมือนกับช่วงปีที่ผ่านมาหรือไม่


5.อย่างไรก็ตาม ภาระการฟื้นฟูยุโรปยังคงตกหนักอยู่ที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งยังคงเป็น 1 ใน 2 ธนาคารกลางหลักของโลกที่จับมือกับธนาคารกลางญี่ปุ่นอัดฉีดเงิน QE ซื้อสินทรัพย์ทางการเงินเป็นวงเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อทำให้เศรษฐกิจของยุโรปและญี่ปุ่นกลับมาเติบโต โดยเฉพาะ ECB ที่ยังต้องการแรงหนุนจากรัฐบาลประเทศใหญ่ในยุโรปทั้งเยอรมัน ฝรั่งเศส และอิตาลี จะยังคงสนับสนุนให้ใช้นโยบายผ่อยคลายางการเงินอย่างต่อเนื่องอย่างไร
แต่จากการที่บางประเทศเริ่มมีปัญหาความเสี่ยงของเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจนถึงระดับ 2% อย่างเช่นเยอรมัน โดยที่นโยบายผ่อนคลายทางการเงินอาจจะต้องถูกทบทวนใหม่ในเดือนกันยายนนี้ หลังจากที่การเลือกตั้งในเยอรมันผ่านพ้นไป โดยเฉพาะเป็นช่วงที่ภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ยุติบทบาทการปั๊มเงิน QE ไปแล้ว และกำลังทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกลับสู่ภาวะปกติที่เรียกว่า Normalization ภายในอีก 1-2 ปีข้างหน้านี้

ข่าวล่าสุด