เนชั่นทีวี

ข่าว

ความท้าทาย 5 ประการของ "มาครง"

08 พ.ค. 2560 | wanchat

ความท้าทาย 5 ประการของ "มาครง"

ความท้าทายหลัก 5 ประการสำหรับว่าที่ ประธานาธิบดี เอมมานูแอล มาครง ที่จะต้องเผชิญ ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง

- การกำจัดความขัดแย้งภายในประเทศ- การสนับสนุนทางการเมืองระยะยาว (จาก ที่นั่ง สส.เพิ่มเติมในสภาผู้แทนในการ เลือกตั้งในวันที่ 11 และ 18 มิถุนายน)- การว่างงาน- ภัยก่อการร้าย- การปฏิรูปสหภาพยุโรป
- การกำจัดความขัดแย้งภายในประเทศ
สภาวะ "สองประเทศ" ภายในฝรั่งเศส ระหว่างชนชั้นสูงในเขตเมืองที่เปิดกว้าง ต่อการปฏิรูป และคนชั้นกลางและชั้นล่างในเขตอุตสาหกรรมที่เสื่อมโทรมและต่าง จังหวัด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ลงเสียงให้นางเลอเปน
โดยมาคงตระหนักดีกว่าคะแนนเสียงจำนวนไม่น้อยที่เขาได้รับมาจากผู้ที่เพียง ต้องการไม่ให้นางเลอเปนได้รับชัยชนะ ซึ่งยังถือว่าเขายังไม่ได้รับการสนับสนุน ทางการเมืองอย่างมั่นคงในระยะยาวหากไม่ได้ที่นั่ง สส.มากเพียงพอในการเลือกตั้ง ในเดือนมิถุนายน
- การสนับสนุนทางการเมืองระยะยาว
แม้เขาจะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วด้วยแนวการเมืองสายกลาง แต่มาคงยังต้อง พบกับคู่แข่งทางการเมืองที่มีฝ่ายขวา โดยเฉพาะจากนาย Francois Fillon (ฟรังซัวส์ ฟิยง) ซึ่งอาจ จะได้รับเลือกตั้งจากชนชั้นกลางและชั้นล่าง ซึ่งจะส่งผลให้นายมาคงจำต้องยอม รับสภาพการเป็นรัฐบาลร่วม หากเสียงที่นั่งไปให้นาย Fillon
ในขณะเดียวกันนาย Jean-Luc Melenchon (ฌอง ลุค เมลองชง) ซึ่งมีแนวการเมืองฝ่ายซ้ายก็เป็นคู่ แข่งสำคัญ โดยดูได้จากคะแนนนิยมที่เขาได้รับในอัตราสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน (ร้อยละ 19.6) ในการคัดเลือกผู้สมัครประธานาธิบดีในรอบแรก
- การว่างงาน
ประธานาธิบดีฝรั่งเศสทุกคนที่ผ่านมาจะถูกตัดสินในทางการเมืองด้วยเรื่องของ สภาวะการตกงาน มากกว่าเงื่อนไขใดๆ ซึ่งมาคงได้ผูกมัดตัวเองไว้แล้วด้วยข้อ สัญญาช่วงหาเสียงว่าเขาจะอำนาจทางบริหารสั่งแก้ไขกฎหมายแรงงานที่ล้าสมัย ภายในช่วงเดือนแรกๆ ในตำแหน่งหากได้รับชัยชนะ
อัตราการว่างงานในฝรั่งเศสสูงถึงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยทั่วทั้งสหภาพ ยุโรปที่ร้อยละ 8 และ ในเยอรมนีประเทศเพื่อนบ้านเพียงแค่ร้อยละ 3.9
ซึ่งการแก้ไขกฎหมายแรงงานโดยไม่ผ่านรัฐสภา มีความเสี่ยงสูงที่นายมาคงจะเสีย คะแนนนิยม เนื่องจากจะได้รับการต่อต้านจากสหภาพแรงงาน และการประท้วง ขนานใหญ่เหมือนในช่วงปีที่แล้วซึ่งนายกรัฐมนตรีจากพรรคสังคมนิยม นาย Manuel Valls ได้แก้กฎหมายแรงงานโดยใช้อำนาจบริหารเช่นเดียวกัน
- ภัยก่อการร้าย
มาครงมีนโยบายที่จะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณประเทศ พรมแดนของสหภาพยุโรปและเรียกร้องให้มีการเพิ่มงบประมาณและกำลังคนใน องค์กร Frontex ซึ่งมีชื่อเป็นทางการว่า หน่วยงานตระเวนชายแดนและยามฝั่ง หรือ European Border and Coast Guard Agency (EBCG) ของสหภาพยุโรป
ภัยก่อการร้ายเป็นเรื่องมีความท้าทายเป็นพิเศษสำหรับมาคง ผู้ซึ่งไม่เคยมี ประสบการณ์บริหารในด้านกลาโหม แต่ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ ประเทศ เขาจะต้องแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้มีความสามารถในการแก้ปัญหานี้ อย่างฉับพลันและมีประสิทธิภาพ
- การปฏิรูปสหภาพยุโรป
มาครงมีนโยบายเรื่องการเชื่อมสัมพันธ์พิเศษระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนีว่ามี ความสำคัญอย่างมากที่จะสร้างสหภาพยุโรปให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้งหลังจากที่ อังกฤษได้ออกจากสหภาพยุโรปไป
มาครงได้ให้โรดแม็ปซึ่งมีระยะเวลา 5 ปีเพื่อที่จะระดมงบประมาณสำหรับสหภาพ ยุโรปให้เพียงพอและเพื่อสร้างสหภาพยุโรปยุคใหม่ซึ่งเหลือ 27 ประเทศหลังจาก เบร็กซิท เพื่อสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม และการจัดการกับการอพยพย้ายถิ่นที่ดีกว่า
แต่ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนว่านโยบายมาครงจะไม่ง่ายในเรื่องการสรรหางบประมาณมา อุดหนุนสกุลเงินยูโร โดยเฉพาะเงื่อนไขการแต่งตั้งรัฐมนตรีระดับสหภาพยุโรป เพื่อมาดูแลการบริหารเงินสกุลยูโร ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขสนธิสัญญาสำคัญซึ่งจะได้ รับการต่อต้านจากประเทศสมาชิก
นอกจากนี้มาคงยังมีนโยบายที่จะพัฒนากิจกรรมกลาโหมสำหรับสหภาพยุโรป โดยประสานการปฏิบัติการทางทหารควบคู่ไปกับโครงการทางด้านอุตสาหกรรม ไปพร้อมๆ กัน

ข่าวล่าสุด