โทรนเญอซ์ ซึ่งมีอายุมากกว่านายมาคงถึง 24 ปี กำลังเดินตามรอยนางมิเชล โอบามา อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ ที่จะช่วยแบ่งเบาภารกิจของสามี ด้วยเพราะเธอมีประสบการณ์ชีวิตสูงกว่ามาครงกว่า 20 ปี และช่วยปรับปรุงบุคลิกภาพของมาครง มาตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี
กองดีซ นีดีเลค ผู้ร่วมเขียนชีวประวัติของมาครงและภริยา ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทม์สว่า โทรนเญอซ์มุ่งความสนใจไปที่เรื่องการปฏิรูปการศึกษา และเธอมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อเด็กพิเศษ เช่น ออทิสติก และเด็กด้อยโอกาสอื่นๆ
ตอนที่มาครงเป็นนายธนาคารจนกระทั่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจในรัฐบาลประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ โทรนเญอซ์ ถูกระบุว่า คอยตรวจสอบการทำงานของสามีทุกวัน ซึ่งเธอบอกว่า ทุกคืนเธอกับมาครงจะมานั่งซักถามกัน และต่างก็รับฟังกันและกัน เธอบอกว่า สนใจทุกเรื่อง และทำอย่างดีที่สุดเพื่อปกป้องเขา ซึ่งบทบาทนี้ก็ต่อเนื่องมาจนถึงการตั้งพรรคออง มัคช์ และยังช่วยแก้ไขสุนทรพจน์ของสามีและทำตัวเป็นคนกลางมาโดยตลอด ครั้งหนึ่งเธอเคยบอกว่า อยากให้สามีเป็นนักประพันธ์มากกว่าเล่นการเมือง
ถ้าโทรนเญอซ์ เข้าไปทำงานในทำเนียบประธานาธิบดีโดยไม่ได้รับผลตอบแทน มาครงก็จะตกเป้นข้อครหาแบบเดียวกับนายฟรองซัวส์ ฟิยง ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่ตกรอบแรก หลังเผชิญเรื่องอื้อฉาว จ้างนางเพเนโลปี้ ภรรยาชาวอังกฤษ ภรรยาของตัวเองมาดำรงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภา เป็นเงิน 680,000 ยูโร โดยที่เธอไม่เคยทำงานในหน้าที่นี้เลย เป็นเวลานานถึง 15 ปี
มาครงกับโทรนเญอซ์ มักจะเขียนบทละครด้วยกันในสมัยที่มาครงอยู่ที่โรงเรียนเอกชน "เฌอ ซุยต์" ในเมืองอาเมียงส์ และยอมรับว่า มันทำให้พวกเขาตกหลุมรักกันและกัน ซึ่งตอนนั้น มาครงอายุเพียง 16 ปี ซึ่งโทรนเญอซ์ได้ยกย่องสามีในการให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า เวลาที่เธอเขียนบทละครร่วมกับเขา เธอรู้สึกว่า กำลังทำงานร่วมกับโมสาร์ท นักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ของโลก และเมื่อเขาอายุ17 ปี เขาก็บอกกับเธอว่า ไม่ว่าเธอจะทำอะไร เขาจะแต่งงานกับเธอ
โทรนเญอซ์ ยังเป็นคนกระตุ้นให้มาคงเข้าหาเครือข่ายสังคมของผู้คนในฝรั่งเศส และยังเชิญศิลปิน นักแสดงและนักร้องของฝรั่งเศสไปร่วมรับประทานอาหารค่ำ ซึ่งช่วยกระตุ้นคะแนนนิยมในคืนที่มาคงประกาศชัยชนะ เธอเลือกที่จะยืนอยู่เบื้องหลังสามี เพื่อให้เขาได้แสดงมาดของผู้นำอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ลูกแหง่ ซึ่งเรื่องแบบนี้ เป็นประเด็นอ่อนไหวสำหรับชาวฝรั่งเศส เช่น กรณีที่มาครงนำภรรยาขึ้นเวทีด้วยในระหว่างการแถลงชัยชนะยกแรก ปรากฎว่า มีคนแสดงความเห็นว่า เราเลือกตั้งประธานาธิบดี ไม่ใช่สุภาพสตรีหมายเลข 1