"ปลัดมท."สั่งไลน์ด่วน! รับมือ"พายุฤดูร้อน-ฝนกระหน่ำ"ทั่วประเทศ
07 พ.ค. 2560 | nation_ent

"ปลัดมท."สั่งไลน์ด่วน.! 4 ข้อรับมือ"พายุฤดูร้อน-ฝนกระหน่ำ"นำ5มาตรการปรับบริหารจัดการน้ำช่วยปชช.ทั่วประเทศ
ข่าว
07 พ.ค. 2560 | nation_ent

"ปลัดมท."สั่งไลน์ด่วน.! 4 ข้อรับมือ"พายุฤดูร้อน-ฝนกระหน่ำ"นำ5มาตรการปรับบริหารจัดการน้ำช่วยปชช.ทั่วประเทศ
7 พ.ค. 60 - นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ไปยังรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารส่วนกลาง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ทั่วประเทศ เพื่อแจ้งแนวทางการบริหารจัดการน้ำบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน (ครั้งที่2) ตามที่ได้แจ้งไปก่อนนี้ว่า ในช่วงเดือนพ.ค.นี้ จะมีฝนตกมากกว่าทุกปี และจะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงในเดือนมิ.ย. 60 จึงให้จังหวัดได้น้อมนำแนวทางการบริหารจัดการน้ำตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช และประสบการณ์การแก้ปัญหาด้านน้ำ ในพื้นที่มาทบทวนและเพิ่มความระมัดระวังในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ แต่ขณะนี้ปรากฏว่า ได้มีพายุฤดูร้อนและมีปริมาณฝนตกเกิดมากขึ้นในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ดังนั้นเพื่อเป็นการกักเก็บรักษาน้ำฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ไว้ใช้ในช่วงที่อาจมีภาวะฝนทิ้งช่วงหรือขาด แคลนน้ำ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญและมีความห่วงใยประชาชนในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง จึงขอสรุปสาระสำคัญของแนวทางการบริหารจัดการน้ำซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการสร้างแหล่งเก็บน้ำมาเพื่อให้จังหวัดได้รีบดำเนินการเร่งรัดให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยด่วนอีกคำรบหนึ่ง ดังนี้
1.ขอให้น้อมนำแนวทางการบริหารจัดการน้ำตามพระราชดำริ และนำความรู้หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นตลอดจนหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำโดยการสำรวจ ดัดแปลงสภาพธรรมชาติของพื้นที่ อาทิเช่น ทางน้ำไหลเดิม เหมืองฝายที่ตื้นเขิน ที่ราบลุ่มเชิงเขา หรือแอ่งน้ำเดิมมาทำเป็นแหล่งกักเก็บน้ำใหม่ เช่น เหมืองฝายชะลอน้ำ หลุมขนมครก แก้มลิง และคลองไส้ไก่ ฯลฯ สร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมแหล่งกักเก็บน้ำเดิมประจำหมู่บ้าน ชุมชนให้ใช้การได้ตามปกติหรือการชักน้ำหรือนำน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียงมาใช้ในพื้นที่ และจัดหาภาชนะเก็บน้ำหรือไซโลน้ำเพิ่มเติม ซึ่งในการก่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำข้างต้น อาจใช้วัสดุตามธรรมชาติในพื้นที่หรือจัดซื้อวัสดุก่อสร้างบางส่วนแล้วใช้กำลังสมาชิก อส.ประจำอำเภอจังหวัด และให้เชิญชวนอาสาสมัครภาคประชาชนสละแรงงานเข้าร่วมก่อสร้างโครงการด้วยก็จะเป็นการสร้างความเข้าใจ และปลุกจิตสำนึกความเป็นเจ้าของโครงการซึ่งจะส่งผลในเรื่องการใช้น้ำอย่างประหยัดหรือการบำรุงรักษาโครงการให้ยั่งยืนด้วย
2.ขอให้ประสานงานสำนักงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่งซึ่งอยู่ในพื้นที่ภูมิภาค หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือหน่วยงานกระทรวงทรัพย์ฯที่อยู่ในพื้นที่ หรือสำนักงานมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และองค์กรภาคประชาสังคมด้านการพัฒนาแหล่งน้ำเเละให้เชิญชวนผู้นำหมู่บ้าน ชุมชนหรือปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้หรือภูมิปัญญาเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำมาเป็นวิทยากรในการแนะนำหรือสอนวิธีการจัดทำแหล่งกักเก็บน้ำดังกล่าวข้างต้นแก่กลุ่มประชาชนต่างๆหรือภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการด้วย
3.ขอให้นำสถานการณ์การขาดแคลนน้ำหรือประสบการณ์ปัญหาการใช้น้ำในปีก่อนๆ มาปรับปรุงแก้ไขจัดทำเป็นเเผนบริหารการใช้น้ำ โดยจัดตั้งผู้รับผิดชอบพื้นที่ที่เคยมี หรืออาจมีความขัดแย้งในการใช้น้ำมาเป็นกรรมการน้ำประจำหมู่บ้านชุมชนภายใต้การดูแลของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือ อปท. หาวิธีแบ่งปันน้ำที่ทุกฝ่ายยอมรับหรือวิธีกักเก็บน้ำในช่วงที่จะมีฝนตกในพื้นที่ ณรงค์ประชาสัมพันธ์การใช้น้ำอย่างประหยัดหรือรณรงค์โครงการปลูกพืชใช้น้ำน้อย โดยให้พิจารณากลุ่มเกษตรกรที่เคยเข้าร่วมโครงการมาแล้วอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีการขยายผลหรือเครือข่ายออกไปให้มากขึ้น และวางแผนแจกจ่ายน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคหรือหน่วยงาน อปท.ให้ครอบคลุมพื้นที่ขาดแคลนน้ำ
4.ขอให้พิจารณามอบหมายรองผู้ว่าฯ หรือปลัดจังหวัดตามความเหมาะสมเป็นหัวหน้าคณะทำงานบริหารจัดการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำร่วมกับนายอำเภอหรือผู้แทน ผู้แทนหน่วยงานกระทรวงทรัพย์ฯที่รับผิดชอบเกี่ยวกับน้ำในจังหวัด ชลประทานพื้นที่ กปภ. จังหวัด ปภ.จังหวัด ผู้แทน อปท. ตัวแทนองค์กรเอกชนหรือภาคประชาชนหรือกลุ่มผู้ใช้น้ำฯลฯ
5.สำหรับงบประมาณดำเนินการตามข้อแนะนำข้างต้นนั้น จังหวัดสามารถพิจารณาขอใช้งบประมาณด้านป้องกันภัยตามระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ซึ่งต้องพิจารณาเงื่อนไขการใช้จ่ายงบประมาณให้รอบคอบหรือประสานโดยตรงกับปภ.อีกทางหนึ่งด้วย หรือใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาจังหวัดๆละ ๒ ล้านบาทตามแผนพัฒนาจังหวัด งบประมาณเหลือจ่ายจากโครงการแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัดปี 60 งบประมาณของอปท.พื้นที่ หรืองบประมาณของส่วนราชการต่างๆ (function)ในพื้นที่ รวมทั้งให้ประสานงานกับภาคเอกชนที่มีงบประมาณดูแลสังคมสิ่งแวดล้อม (CSR) พิจารณาสนับสนุนโครงการจัดทำแหล่งเก็บน้ำข้างต้นในนามโครงการประชารัฐด้วยก็ได้
"เมื่อได้ดำเนินการแล้วประสบผลดีหรือประสบปัญหาข้อขัดข้องประการใด ขอให้รายงานความคืบหน้า หรือปัญหาอุปสรรคมาให้กระทรวงมหาดไทยทราบ โดยให้ผู้ตรวจราชการมหาดไทย และผู้ตรวจฯกรมต่างๆ ติดตาม รวบรวมประเด็นสำคัญในแต่ละพื้นที่เพื่อการเร่งรัดแก้ไขปัญหาตามแนวทาง Achievement Monitoring System โดยประสานรองปลัดมท.ประจำพื้นที่ภาคและผู้บริหารในส่วนกลางเพื่อเร่งรัดการบริหารจัดการอีกทางหนึ่งด้วย" ปลัด มท.ระบุ.