ช้างป่าแก่งกระจาน ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้รับการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างมีระบบ โดยความร่วมมือของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
เริ่มจากปัญหาเถาวัลย์หลากหลายสายพันธุ์ แพร่กระจายไปทั่วพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และก่อนจะบานปลายไปกระทบกับระบบนิเวศวิทยา และวิถีชีวิตของสัตว์ป่าที่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมในการหากินตามธรรมชาติ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระบุว่า พื้นที่ในแนวป่าตามถนนระยะทางกว่า 200 กม. เกิดปัญหาเถาวัลย์ปกคลุมลักษณะคล้ายแหขนาดใหญ่ เหมือนเป็นป่าเถาวัลย์ไปแล้ว สร้างปัญหาให้กับสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์เรือนยอด เช่น ชะนี ค่าง ลิง แม้กระทั่งนกเหยี่ยวที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ ไม่ยอมใช้พื้นที่ราบ เนื่องจากหวาดกลัวสัตว์กินเนื้อ เช่น แมวป่า เสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ หมาใน
การเกิดของเถาวัลย์จึงเป็นปัญหาให้สัตว์เรือนยอดเหล่านี้ต้องทยอยย้ายถิ่นไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอื่น แม้แต่สัตว์ใหญ่ เช่น ช้างป่า หรือสัตว์ที่มีเขา เช่น วัวกระทิง เก้ง กวางก็ ไม่เข้ามาเพราะติดเถาวัลย์เหล่านี้
ความสำคัญของพืช โป่ง และน้ำ ซึ่งเป็นอาหารของช้าง และสัตว์ป่านานาชนิด ซึ่งในปัจจุบัน ช้างและสัตว์ป่าอื่นๆ มีจำนวนลดน้อยลง ที่มาส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากแหล่งอาหารภายในป่าไม่เพียงพอ
ผลสำเร็จของโครงการปลูกพืชให้ช้าง สร้างอาหารให้สัตว์ป่า เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๙ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ส่งผลให้สามารถเพิ่มแหล่งอาหารและแหล่งน้ำให้เพียงพอกับช้างป่าและสัตว์ป่า ให้ช้างป่ามีที่อยู่อาศัยและมีแหล่งอาหาร และป้องกันช้างป่าออกมาบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตร ป้องกันสัตว์ป่าอพยพออกจากพื้นที่ อันเป็นการแก้ไขปัญหาระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่