เนชั่นทีวี

ข่าว

เอกสารหลุดในอินเทอร์เน็ต "Macron" ซุกบัญชีการเงินในต่างประเทศ

05 พ.ค. 2560 | te

เอกสารหลุดในอินเทอร์เน็ต "Macron" ซุกบัญชีการเงินในต่างประเทศ

ประเด็นเดือดล่าสุดช่วงโค้งสุดท้าย เกิดกระแสข่าวเอกสารรั่วไหลปรากฏในอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับการซุกซ่อนบัญชีการเงินในต่างประเทศของ Emmanuel Macron ซึ่งเป็นเต็งหนึ่งในการเลือกตั้งฝรั่งเศสที่เหลือเพียงสามวันก่อนที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้


ท่ามกลางโพลล์สำรวจความคิดเห็นของชาวฝรั่งเศสที่จับตาดูการดีเบตของ 2 ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งส่วนใหญ่ราว 63% ยังคงชื่นชมในวิสัยทัศน์ของ Macron มากกว่า Maribe Le Pen เนื่องจากทั้งสองมีแนวคิดที่แตกต่างกันแบบสุดขั้ว
ขณะที่ทองคำร่วงกว่า 1.6% แตะที่ระดับ 1,228 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัจจัยการเมืองในยุโรปที่เริ่มลดน้อยลง ประกอบกับสถานการณ์ที่ความต้องการทองคำทั่วโลกมีจำนวนลดลงในไตรมาสแรกปีนี้ ยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

1.ประเด็นร้อนล่าสุดในการเลือกตั้งฝรั่งเศสช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลือเพียงสามวันก่อนที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ได้เกิดกระแสข่าวเอกสารรั่วไหลเกี่ยวกับการซุกซ่อนบัญชีการเงินที่เกาะเคย์แมนของ Emmanuel Macron ซึ่งเป็นเต็งหนึ่งในขณะนี้โดยมีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการที่มีสัญญาทางการเงินจอง Macron กับ Limited Liability Company (LLC) ในหมู่เกาะ Caribbean island
ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องการซ้อนบัญชีทางการเงินอล่ว ยังมีประเด็นการหลีกเลี่ยงภาษีอีกด้วย ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า อัยการของฝรั่งเศสกำลังคิดตามสืบค้นข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวอยู่


2.หลังจากการโต้อภิปรายทางโทรทัศน์ เป็นไปอย่างดุเดือดแทบจะตลอดรายการ 160 นาที ซึ่งเป็นศึกดีเบตรอบสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในวันอาทิตย์นี้ เป็นไปอย่างเผ็ดร้อนทั้งในประเด็นเกี่ยวกับอนาคตทางเศรษฐกิจของฝรั่งเศส การอยู่ร่วมกับสหภาพหรือไม่ และเรื่องของภัยจากการก่อการร้าย โดยที่โพลล์จาก BFM TV ระบุว่า ผู้ชม 63% เชื่อมั่นในตัว Macron มากกว่า Le Pen ทั้งนี้ BFM TV ได้สำรวจความพึงพอใจในตัวผู้สมัครจากผู้ชมศึกดีเบตที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 1,314 คน จากการตั้งคำถามหลายข้อ โดยเฉพาประเด็นที่ว่าผู้สมัครคนใดที่มีความซื่อสัตย์ที่สุด และมีนโยบายดีที่สุด
โดยที่ Macron ในวัย 39 ปี ซึ่งลงสมัครในนามอิสระของขบวนการ "ออง มาร์ช" กล่าวโจมตี Le Pen วัย 48 ปี เป็นผู้สมัครที่มีแนวคิดชาตินิยมฝ่ายขวา ว่า มีการใช้แนวทางเดิมๆ ที่เล่นกับความรู้สึกหวาดกลัวของประชาชน โดยกล่าวโจมตีแนวคิดในการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) และการเลิกใช้เงินยูโรว่าเป็นเรื่องงี่เง่าครั้งยิ่งใหญ่ ขณะที่ Le Pen เรียก Macron ว่าเป็นดํกดีที่ว่านอนสอนง่ายของระบบเก่า และยังถูกจูงจมูกได้ง่ายโดยเยอรมนี ดังนั้นการเลือก Macron จึงไม่ต่างอะไรกับการได้รัฐบาลที่สานต่อนนโยบายของประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ซึ่งแทบไม่ได้รับความนิยมจากประชาชนในขณะนี้
ในขณะที่ผลสำรวจชี้ว่า Nacron มีคะแนนนิยมลดลงมาเล็กน้อย แต่ยังคงนำอย่างขาดลอย 59 ต่อ 41 อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของผู้สมัครทั้งสองคน คือต้องเอาชนะใจผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งอีก 18% ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนใครในการเลือกตั้งฝรั่งเศสวันที่ 7 พฤษภาคมนี้


3.ขณะที่ราคาทองคำร่วงกว่า 1.6% แตะที่ระดับ 1,228 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัจจัยการเมืองในยุโรปที่เริ่มลดน้อยลง ประกอบกับสถานการณ์ที่ความต้องการทองคำทั่วโลกมีจำนวนลดลงในไตรมาสแรกปีนี้ ยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยหลังจากสภาทองคำโลกเปิดเผยรายงานล่าสุดว่า ความต้องการทองคำทั่วโลก ปรับตัวลดลงในไตรมาสแรกปีนี้ ลดลง 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 1,034 ตัน เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุนของกองทุน ETF หรือ Exchange Traded Fund รวมทั้งการที่บรรดาธนาคารกลางทำการซื้อทองคำน้อยลง โดยที่ธนาคารกลางทั่วโลกมีการซื้อทองคำ 76 ตันเข้ามาไว้ในทุนสำรอง ซึ่งลดลงจาก 104 ตันในไตรมาสแรกปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัจจัยการเมืองในยุโรปที่เริ่มลดน้อยลงนั้น ยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยด้วย ทำให้การซื้อขายสัญญาทองคำล่วงหน้าตลาด COMEX ที่มีการส่งมอบเดือนมิถุนายน ร่วงลง 19.90 ดอลลาร์ หรือ 1.6% มาปิดที่ระดับ 1,228 ดอลลาร์ต่อออนซ์


4.ธนาคารกลางฮ่องกง หรือ HKMA เตรียมเข้าอทรกแซงเงินดอลลาร์ฮ่องกง หลังจากที่ร่วงลงต่ำสุดที่ 7.8924 ต่อดอลลาร์ หลังจากที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2016 ทำให้ในปีที่ผ่านมาต้องประสบกับปัญหาเงินทุนไหลออก รวมทั้งความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ขณะที่ผู้บริหารระดับสูง หรือ HKMA chief executive คือ Norman Chan กล่าวเตือนว่า อาจจะต้องประสบเม็ดเงินทุนไหลออกในปริมาณมากถึง 1.3 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ หากว่าเฟดยังคงมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องไปอีก


5.Puerto Rico หนึ่งดินแดนอาณานิคมของสหรัฐประกาศล้มละลาย ซ้ำรอยเดิมตามกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับเมือง Detroit ซึ่งต้องประกาศล้มละลายเนื่องจากมีหนี้สินล้นพ้นตัวกว่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงวิกฤติก่อนหน้านี้
แต่การพบว่าการล้มละลายของ Puerto Rico ครั้งนี้กลับมีหนี้ก้อนโตมากถึง 7 หมื่นล้านดอลลาร์ มากกว่า Detroit กว่า 4 เท่าตัว

ข่าวล่าสุด